เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีนายอติโชติ ทันประเสริฐ หรือ “ทิดโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผล โดยแบ่งการตรวจสอบออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก เป็นการตรวจสอบกรณี “ทิดโชติ” กระทำผิดวินัยสงฆ์ ด้วยการยักยอกเงินวัดเข้าบัญชีส่วนตัว แต่มีการออกใบอนุโมทนาในนามของวัด
ส่วนที่ 2 เป็นการตรวจสอบเส้นทางการเงินและผู้ที่อาจร่วมกระทำความผิด เนื่องจากพบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับทั้งใบอนุโมทนาการบริจาค ใบอนุโมทนาจากการออกใบเช่าพระ รวมถึงการร่วมบริจาคเพื่อปรับปรุงวัด รวมมูลค่ากว่า 215 ล้านบาท โดยคาดว่าคดีนี้อาจมีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้องอีกประมาณ 1-2 คน แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องจะเป็นสีกาหรือพระภิกษุ
ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ ยังเปิดเผยถึงกรณี “ทิดโชติ” ที่มีการจัดตั้งมูลนิธิว่า มูลนิธิเพิ่งเริ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ส่วนจะมีกรรมการเพียงคนเดียวหรือไม่ หรือมีคนอื่นด้วยนั้น ขอเวลาตรวจสอบข้อมูลในส่วนนี้อีกครั้ง ส่วนเจตนาของการจัดตั้งมูลนิธิ ขณะนี้ยังไม่ทราบเจตนาที่แท้จริง แต่จากพฤติการณ์ที่พบ ตำรวจมองว่าอาจมีการนำเงินเข้ามาเพื่อฟอกเงิน และมีลักษณะคล้ายกับการดำเนินงานของวัดพระบาทน้ำพุ
วัดพุทไธศวรรย์ เงียบเหงา! เหลือแม่บ้านดูแลวัดเพียงลำพัง ประชาชนแห่เช็กอินจุดเกิดเหตุไม่ขาดสาย
สำหรับสถานะทางการเงินของวัด ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างขอข้อมูลจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อตรวจสอบรายละเอียด ทั้งเงินที่ไหลเข้าและออก รวมถึงที่มาของเงินและปลายทาง ส่วนการทำพระเครื่องและวัตถุมงคลของวัด ยืนยันว่า มีการจัดทำมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ทั้งพระเครื่อง เครื่องราง และวัตถุมงคลหลายประเภท แต่การตรวจสอบรายได้ทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากบางกรณีมีการชำระเงินเป็นเงินสดหรือโอนเข้าเป็นเงินสด ทำให้ไม่สามารถระบุได้ทันทีว่าเงินที่เข้าบัญชีเป็นรายได้จากการเช่าพระหรือมาจากส่วนใด
ขณะที่การตรวจสอบว่าเงินจากการทำพระเครื่องไหลเข้าสู่มูลนิธิหรือเข้าวัดนั้น พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ ระบุว่า ยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ เพราะตำรวจเพิ่งเข้าตรวจค้นและขนย้ายพยานหลักฐานออกมา และอยู่ระหว่างดำเนินการขอข้อมูลเส้นทางการเงินจาก ปปง.
ทั้งนี้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ ย้ำว่า ขณะนี้ตำรวจเห็นเพียงตัวเลขของเงิน แต่ยังไม่เห็นเส้นทางว่าเงินมาจากไหนและไหลไปที่ใด จึงต้องใช้เวลาวิเคราะห์เส้นทางการเงินทั้งหมด พร้อมระบุว่า การจับกุมผู้ต้องหาไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทราบรายละเอียดทุกอย่างได้ทันที เพราะตำรวจยังต้องพิสูจน์พยานหลักฐานเชิงประจักษ์และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถยึดเพียงคำซัดทอดหรือคำให้การของบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้.



