เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในวัดพุทไธศวรรย์ ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตลอดทั้งวันยังคงเป็นไปอย่างเงียบเหงา แม้จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากราบไหว้พระ และขอพรอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันพบว่ามีประชาชนบางส่วนเดินทางมาเพื่อถ่ายภาพและเช็กอินบริเวณกุฏิเจ้าอาวาส หลังมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวัด

โดยบริเวณกุฏิเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ยังคงมีเชือกกั้นโดยรอบและติดสติกเกอร์ปิดประตู ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในพื้นที่ แต่ตลอดทั้งวันยังมีประชาชนแวะมายืนถ่ายภาพบริเวณด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ พ.ต.อ.ชรินทร์ บัวเผื่อนหอม ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยภายในบริเวณวัด ก่อนเดินทางกลับ โดยไม่พบเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ภายในวัด

สำหรับผู้ที่ยังอยู่ดูแลพื้นที่ภายในวัด พบเพียงแม่บ้าน 1 คน ซึ่งคอยกวาดใบไม้และกิ่งไม้ที่ร่วงหล่น รวมถึงทำความสะอาดห้องน้ำและบริเวณโดยรอบ ขณะที่บรรยากาศตามจุดต่างๆ ภายในวัดค่อนข้างเงียบ ไม่มีความคึกคักเหมือนในอดีต

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับคุณยายแอ๊ว อายุ 78 ปี แม่ค้าบริเวณทางเข้าวัด ซึ่งขายของอยู่บริเวณดังกล่าวมานานกว่า 30 ปี เล่าว่า ตนเองอยู่และค้าขายบริเวณนี้มาตั้งแต่สมัยพระครูภัทรกิจโสภณ หรือหลวงพ่อหวล อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ยังมีชีวิตอยู่ สมัยนั้นมีประชาชนเดินทางมาวัดจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเย็นจะคึกคักเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีคนมาเรียนดาบ ทำให้บรรยากาศบริเวณวัดมีชีวิตชีวาและร้านค้าขายของได้ดี

คุณยายแอ๊ว กล่าวว่า หลังจากเปลี่ยนเจ้าอาวาส บรรยากาศภายในวัดกลับเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด อาจเป็นส่วนหนึ่งจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ทำให้ร้านค้าในพื้นที่มีน้อยลง เพราะผู้ค้ารายใหม่ไม่กล้าลงทุน เนื่องจากเห็นว่าบรรยากาศไม่คึกคักเหมือนเมื่อก่อน

ส่วนกระแสข่าวที่เกิดขึ้นภายในวัด คุณยายแอ๊ว ยืนยันว่า ตนเองไม่ทราบรายละเอียด เพราะขายของอยู่บริเวณทางเข้าและไม่ได้เข้าไปภายในวัดมานาน จึงไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ โดยยอมรับว่าไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ภายในวัด

คุณยายแอ๊ว ยังกล่าวด้วยว่า แม้จะมีเหตุการณ์ที่เป็นข่าว แต่ตนเองยังคงค้าขายตามปกติ เพราะรายได้แต่ละวันเพียงพอสำหรับซื้อข้าวกิน ลูกๆ เคยอยากให้เลิกขายของและกลับไปพักผ่อน แต่ตนเองทำอาชีพนี้มาตั้งแต่เด็ก จึงยังอยากค้าขายต่อไป

สำหรับการทำบุญในวัด คุณยายแอ๊ว กล่าวว่า ปัจจุบันพระสงฆ์ที่เคยบวชกับหลวงพ่อหวลและเคยจำพรรษาอยู่ที่วัด ต่างแยกย้ายไปอยู่ที่วัดอื่น ทำให้บรรยากาศการทำบุญเปลี่ยนไป ขณะที่พระที่นิมนต์มาจากที่อื่นไม่ได้จำพรรษาอยู่บริเวณด้านหน้าวัด จึงอาจทำให้ประชาชนที่เคยเข้ามาทำบุญลดน้อยลง.