กรณีเหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต หลังเกิดฝนตกหนักบริเวณ เขา 50 ปี เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 26 ต.ค. ส่งผลให้มวลน้ำป่าพัดพากิ่งไม้ ดินโคลน และก้อนหินทะลักเข้าท่วมชุมชนบ้านนาใน ซอย 8 อย่างรวดเร็วตามที่ได้รายงานข่าวอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกัน(26 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลเมืองป่าตอง ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรหนัก และรถแบ็กโฮ เข้าตักดินโคลนและเศษขยะทับถม พร้อมล้างทำความสะอาดเส้นทางสัญจร โดยต้องปิดการจราจรชั่วคราวตั้งแต่ซอย 8 ถึงซอย 5 เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากยังมีฝนตกโปรยปรายต่อเนื่อง และต้องคอยเฝ้าระวังมวลน้ำป่าที่อาจไหลลงมาสมทบอีกระลอก

ขณะที่ นายสุทา ประทีป ณ ถลาง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงวิกฤติดังกล่าว โดยระบุว่า ตนเคยเตือนมานานแล้วว่าวันหนึ่งป่าตอง ต้องเจอภัยพิบัติเช่นนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาการพัฒนาเมืองมุ่งเน้นแต่ความเจริญทางธุรกิจ โดยขาดการคำนึงถึงผลกระทบต่อธรรมชาติ ทั้งการตัดถนนผ่านภูเขาโดยไร้ระบบจัดการน้ำที่ดี และการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ต้นน้ำ

นายสุทา ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงระบบระบายน้ำในชุมชนป่าตองว่า ในอดีตคลองธรรมชาติในพื้นที่เคยมีความกว้างถึง 3-5 เมตร และบางจุดกว้างถึง 10 เมตร แต่ปัจจุบันกลับพบว่าทางน้ำเดิมถูกรบกวนหรือบีบแคบลงจนเหลือความกว้างไม่ถึง 1 เมตร ทำให้เมื่อเกิดฝนตกหนัก มวลน้ำจากบนเขาจึงไม่สามารถระบายได้ทันและทะลักเข้าท่วมเมืองอย่างรุนแรง พร้อมจี้ให้หน่วยงานภาครัฐเปิดตรวจสอบแผนที่ทางน้ำย้อนหลัง และเร่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่ตามเก็บกวาดโคลนหลังน้ำลดเท่านั้น





