ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถิติการนำเข้าเศษโลหะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2567–2569) จากกรมศุลกากร พบว่ามีการนำเข้าเศษโลหะแบบถูกกฎหมายเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ สะท้อนความเสี่ยงที่ไทยอาจกลายเป็นถังขยะโลก ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งผลักดันกฎหมายห้ามนำเข้าเด็ดขาดเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม
วิกฤตการนำเข้าเศษโลหะ
- ภาพรวมวิกฤตขยะพิษลุกลาม: ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตปัญหาขยะพิษและมลพิษสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบรุนแรงเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สร้างความเดือดร้อนและความกังวลใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
- สถิติสะสมรวมตลอด 3 ปี: จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกจากกรมศุลกากร พบว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2567–2569) ประเทศไทยมีการนำเข้าขยะเศษโลหะแบบถูกกฎหมายในปริมาณที่สูงอย่างน่าตกใจ โดยตลอดระยะเวลาดังกล่าว ไทยนำเข้าเศษโลหะรวมทุกประเภทสูงถึง 7.82 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 213,094 ล้านบาท และมีจำนวนตู้คอนเทนเนอร์ทะลักเข้ามารวมกันสูงถึง 391,393 ตู้ ซึ่งสะท้อนสัญญาณเตือนภัยว่าไทยกำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการรับเศษโลหะจากต่างประเทศ
เติบโตก้าวกระโดด
- ปี พ.ศ. 2567: ปริมาณการนำเข้ารวมเริ่มต้นอยู่ที่ 1.97 ล้านตัน หรือคิดเป็นจำนวน 98,695 ตู้คอนเทนเนอร์ โดยมีมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 59,513 ล้านบาท
- ปี พ.ศ. 2568: สถานการณ์เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อปริมาณการนำเข้าพุ่งสูงขึ้นถึง 2.67 ล้านตัน ซึ่งคิดเป็นการเติบโตของปริมาณที่สูงถึง 35.2% ขณะที่มูลค่าการนำเข้าขยับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 72,405 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 21.7%
- ปี พ.ศ. 2569: แนวโน้มการนำเข้ายังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะลดลง โดยมีปริมาณนำเข้ารวมขยับขึ้นไปแตะระดับ 3.18 ล้านตัน หรือคิดเป็น 159,272 ตู้คอนเทนเนอร์ เติบโตเพิ่มขึ้นอีก 19.4% ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าในปีนี้ขยายตัวขึ้น 12.1% ทะยานสู่ระดับ 81,175 ล้านบาท สะท้อนถึงการไหลทะลักเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง
จำแนกประเภท
- เศษอะลูมิเนียม (พิกัด 7602): ครองอันดับ 1 สูงสุดเมื่อพิจารณาในแง่ของ “มูลค่า” โดยมีมูลค่าการนำเข้ารวมตลอดช่วง 3 ปีสูงถึง 134,240.2 ล้านบาท และมีน้ำหนักการนำเข้ารวมอยู่ที่ 2.13 ล้านตัน
- เศษเหล็ก (พิกัด 7204): ครองอันดับ 1 สูงสุดเมื่อพิจารณาในแง่ของ “ปริมาณน้ำหนักและจำนวนตู้สินค้า” โดยมีการทะลักเข้าสู่ประเทศไทยมากกว่า 5.55 ล้านตัน คิดเป็นจำนวนสูงถึง 277,984 ตู้คอนเทนเนอร์ และมีมูลค่าการนำเข้ารวมอยู่ที่ 56,606.2 ล้านบาท
- เศษทองแดง (พิกัด 7404): เป็นประเภทที่มีการนำเข้ารองลงมา มีปริมาณการนำเข้ารวมตลอด 3 ปีอยู่ที่ 128,247 ตัน คิดเป็นจำนวน 6,412 ตู้คอนเทนเนอร์ และมีมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 22,247.6 ล้านบาท
การรับมือของหน่วยงานรัฐ
- ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะ: แม้ปริมาณเศษโลหะหลายล้านตันและตู้คอนเทนเนอร์หลายแสนตู้นี้ จะสะท้อนถึงความต้องการใช้วัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมและการรีไซเคิลของประเทศ แต่วิกฤตการเติบโตในระดับสองหลักได้กลายเป็นโจทย์ใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากกระบวนการรีไซเคิลที่ปราศจากการควบคุมอย่างเข้มงวด อาจแฝงไปด้วยสารพิษตกค้างและขยะอันตรายที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาวะของประชาชนและสิ่งแวดล้อมไทย
- การตื่นตัวของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย: จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างกรมศุลกากรและกรมการค้าต่างประเทศ เกิดความตื่นตัวและแสดงความกังวลต่อปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง
- ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อป้องกันประเทศกลายเป็นถังขยะโลก: หน่วยงานทั้งสองได้ประสานเสียงเสนอเรื่องไปยังกรมควบคุมมลพิษ ในฐานะหน่วยงานต้นเรื่องที่รับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง เพื่อให้เร่งรัดกระบวนการผลักดันกฎหมายสั่งห้ามการนำเข้าเศษโลหะและเศษยางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยอย่างเด็ดขาด เป็นการปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย สกัดกั้นการลักลอบนำเข้าขยะพิษปลอมปน และป้องกันไม่ให้ประเทศไทยต้องกลายเป็น “ถังขยะโลก” ก่อนที่สิ่งแวดล้อมไทยจะพังพินาศไปมากกว่านี้



