สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดูนเบก ประเทศไอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวระหว่างอยู่ที่ไอร์แลนด์ เรียกร้องประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิงของรัสเซีย เนื่องจากการโจมตีดังกล่าวกำลังทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน ซึ่ง “ส่งผลกระทบต่อโลก”
ทรัมป์ย้ำว่า หารือเรื่องดังกล่าวกับเซเลนสกีแล้ว พร้อมเรียกร้องให้ยูเครนเลือกโจมตีเป้าหมายอื่น ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ยูเครนส่งโดรนพิสัยไกลโจมตีโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งของรัสเซีย ส่งผลกระทบต่อการผลิตเชื้อเพลิง และเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันเบนซินในหลายพื้นที่ทั่วรัสเซีย จนต้องมีการออกมาตรการควบคุม
Trump: "Zelenskyy has to do one thing — he has to stop knocking out diesel fuel in Russia. He's causing a shortage of diesel fuel. This isn't done by the Middle East, this is done by what's happening with Russia and Ukraine." pic.twitter.com/8JDeg5KkqF
— Aaron Rupar (@atrupar) September 13, 2026
ขณะที่ยูเครนซึ่งเผชิญการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจากรัสเซียเป็นประจำ ยืนยันว่าโรงกลั่นน้ำมันเป็นเป้าหมายทางทหารที่สามารถโจมตีได้
ท่าทีดังกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้น หลังราคาดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐ ซึ่งใช้กับรถบรรทุก รถไฟ เรือ และเครื่องจักรการเกษตร ปรับขึ้นเกิน 6 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 198.72 บาท ) ต่อแกลลอน เป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่รัสเซียปรับลดคาดการณ์การผลิตน้ำมันในปีนี้ลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี และทบทวนแนวโน้มการส่งออกเชื้อเพลิงในปี 2569 และ 2570 เนื่องจากผลกระทบจากสงคราม.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



