เมื่อวันที่ 14 ก.ย. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วแม่ 2 ราย ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาวของตน ซึ่งทั้งสองได้เดินทางมามูลนิธิปวีณาฯ โดยไม่ได้นัดหมาย โดยนางเอ (นามสมมุติ) แม่ของลูกสาววัย 17 ปีพิการทางสติปัญญาและทางการเรียนรู้ถูกเพื่อนทำร้ายที่สถานฟื้นฟูฯ จ.ลำปาง เดินทางมาจากจ.ชัยภูมิ และนางบี (นามสมมุติ) แม่ของลูกสาวอายุ 18 ปีป่วยซึมเศร้าที่ก่อเหตุ เดินทางมาจากจ.อ่างทอง คนที่ทำร้ายเพื่อนถูกจับเข้าเรือนจำ

นางเอ กับ นางบี แม่ทั้ง 2 คน กล่าวว่า ได้ฝากลูกสาวอยู่ในความดูแลของสถานฟื้นฟูฯ แห่งหนึ่งของรัฐใน จ.ลำปาง จนกระทั่งเกิดเรื่องเศร้าสลดใจ ลูกสาวนางบี ทำร้ายลูกสาวนางเอ เสียชีวิตในสถานฟื้นฟูฯ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาห้ามในขณะเกิดเรื่องจนเสียชีวิต สร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวแม่ทั้งสอง ลูกสาวคนหนึ่งตาย ลูกสาวอีกคนก็ต้องติดคุกทั้งที่เป็นโรคซึมเศร้าเครียดจัด โดย ผอ.และจนท. สถานฟื้นฟู ไม่มีใครออกมารับผิดชอบปล่อยให้แม่ทั้ง 2 คนฟ้องร้องกันเอง แม่ทั้ง 2 เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมที่ให้ไปฟ้องร้องกันเอง ซึ่งในวันนี้ 14 ก.ย. เวลา 13.00 น. ศาลจังหวัดลำปางนัดคู่กรณีไปที่ศาลเพื่อเจรจาค่าเสียหาย ทางมูลนิธิปวีณาฯ ได้พาแม่ทั้ง 2 เดินทางไปขึ้นศาลที่จังหวัดลำปาง

แม่ทั้ง 2 คน กล่าวอีกว่า เราทั้งสองได้มีความเห็นตรงกันว่า เราได้ฝากลูกอยู่ในความรับผิดชอบของสถานฟื้นฟูฯ แห่งนี้ และเมื่อเกิดเหตุอันน่าเศร้าสลดใจ ลูกทั้ง 2 คนทำร้ายกันในสถานฟื้นฟูฯ จนลูกนางเอถึงแก่ความตาย ขณะเกิดเหตุ ผอ. และเจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูหายไปไหนกันหมด และตามคลิปวิดีโอช่วงเกิดเหตุที่ตำรวจได้ตรวจสอบไม่มีเจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูฯ เข้ามาช่วยจนลูกทำร้ายกันแล้ว แม่ทั้ง 2 จึงเห็นว่าความผิดนี้ ผอ. และเจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูฯ ต้องรับผิดชอบ เพราะขณะเกิดเหตุลูกทั้ง 2 อยู่ในความดูแลของสถานฟื้นฟูฯ ดังนั้น นางเอ แม่ที่เด็กเสียชีวิตจึงจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายกับนางบี แม่ที่ลูกทำร้ายเพื่อนจนเสียชีวิต โดยจะรับค่าสินไหมทดแทนจากแม่ของผู้ก่อเหตุเพียง 40,000 บาท เพราะเห็นว่าเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของ ผอ. และเจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูฯ จ.ลำปาง

แม่เด็กทั้ง 2 กล่าวต่ออีกว่า “หากวันนั้นผอ. และเจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูฯ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลให้ความปลอดภัยไม่ละเลย ลูกสาวนางเอก็จะไม่เสียชีวิต และลูกสาวของนางบีก็ไม่ต้องติดคุก ลูกสาวทั้ง 2 คนไม่ปกติอยู่แล้ว ดังนั้นแม่ทั้ง 2 คนจึงต้องการให้ ผอ. และเจ้าหน้าที่สถานฟื้นฟูฯ แห่งนี้ รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยแม่ทั้ง 2 คนได้ไปแจ้งความไว้ที่สภ.ทุ่งฝาย จ.ลำปาง และยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อเอาผิดกับ ผอ. และเจ้าหน้าที่ สถานฟื้นฟูฯจ.ลำปาง โดยขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ติดตามคดีเพื่อความเป็นธรรมให้กับลูกของทั้ง 2 คน”

นางปวีณา กล่าวว่า ได้โทรศัพท์ถึง นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ประสานให้ทราบเบื้องต้นแล้ว และมูลนิธิปวีณาฯ จะส่งเอกสาร จดหมายของแม่ 2 ราย ที่ร้องขอความเป็นธรรมกับ นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ ปลัดกระทรวงฯ และ นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ความเป็นธรรม และมีมาตรการกฎระเบียบให้ความปลอดภัยมิให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

นางปวีณา กล่าวอีกว่า ในฐานะที่ตนเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอแสดงความเสียใจกับแม่ 2 ครอบครัวนี้ ทุกวันนี้มูลนิธิปวีณาฯ ก็ทำงานกับ พม. ด้วยดีเสมอมา ขอเป็นกำลังใจให้ผู้บริหาร ข้าราชการที่มุ่งมั่น ตั้งใจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพทุกคน แต่วันนี้เมื่อมีเหตุการณ์ที่มีปัญหาเกิดขึ้น อะไรผิดก็ต้องรีบแก้ไขด่วนอย่างเปิดเผย ให้แม่ทั้ง 2 คนได้รับรู้รับทราบแนวทางช่วยเหลือ เชื่อมั่นว่าผู้บริหาร พม.จะให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด มีมาตรการแก้ไขให้ถูกต้อง และมูลนิธิปวีณาฯ จะไปปรึกษากระทรวงยุติธรรมในการช่วยเหลือลูกสาวนางบีกรณีเป็นโรคซึมเศร้า จะขอให้แพทย์ตรวจว่าเป็นถึงขนาดจิตเวชขั้นไหนที่เขาจะสามารถออกมารักษาที่รพ.จิตเวชได้หรือไม่ มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามช่วยเหลือแม่ 2 คน รวมทั้งติดตามคดีร่วมกับทุกหน่วยงานให้ได้รับความเป็นธรรมต่อไป