เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงวันหยุดที่วัดสำคัญในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากราบไหว้พระ ทำบุญ และท่องเที่ยวกันอย่างต่อเนื่อง โดยที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร และวัดใหญ่ชัยมงคลวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่และเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัด ยังคงมีประชาชนเดินทางมาทำบุญจำนวนมาก แม้ช่วงที่ผ่านมาเกิดข่าวเกี่ยวกับการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

จากการพูดคุยกับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ พบว่าส่วนใหญ่สามารถแยกแยะเรื่องศรัทธาและการทำบุญออกจากกรณีของบุคคล โดยยังคงเดินทางเข้าวัดเพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และทำบุญตามปกติ

ส่วนที่ วัดพุทไธศวรรย์ ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าตลอดช่วงวันหยุดมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า หลังจากมีข่าวเกิดขึ้น ช่วงวันหยุดครั้งนี้กลับพบว่ามีผู้เดินทางมาเที่ยว และไหว้พระที่วัดค่อนข้างหนาแน่นกว่าช่วงปกติในระยะที่ผ่านมา

พ่อค้าแม่ค้า เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ผู้ที่เดินทางมายังวัดส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มลูกศิษย์และผู้ที่ศรัทธาในอดีตเจ้าอาวาส โดยเข้ามากราบไหว้องค์ท้าวจตุคามรามเทพ รวมถึงเข้าร่วมพิธีต่างๆ แต่หลังจากมีข่าวดังกล่าว ประชาชนทั่วไปก็เริ่มเข้ามาท่องเที่ยวและกราบไหว้ภายในวัดมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังพบว่ามีกลุ่มผู้ศรัทธาและผู้สะสมวัตถุมงคลบางส่วนยังคงติดต่อสอบถามและเช่าบูชาวัตถุมงคล เหรียญรุ่นต่างๆ ของจตุคามรามเทพและวัตถุมงคลที่เกี่ยวข้องกับสำนักดังกล่าวผ่านช่องทางกลุ่มซื้อขายแลกเปลี่ยน โดยยังมีการซื้อขายกันตามปกติ แต่ผู้ที่อยู่ในวงการให้ข้อมูลว่า บรรยากาศการซื้อขายในช่วงนี้ค่อนข้างเงียบลง ราคาวัตถุมงคลบางรายการปรับลดลง และมีผู้สอบถามน้อยกว่าเดิม

ด้านนายกิตติพงษ์ ใจธรรมดี ประธานกรรมการมูลนิธิพุทไธสวรรย์ ซึ่งเป็นกลุ่มอาสาสมัครจิตอาสา หน่วยกู้ชีพ-กู้ภัย เปิดเผยว่า ภายหลังมีข่าวเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าควบคุมตัวอดีตเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.สำเภาล่ม เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา มีประชาชนสอบถามเข้ามาถึงความเกี่ยวข้องของมูลนิธิ เนื่องจากชื่อมูลนิธิกับชื่อวัดมีความคล้ายคลึงกัน

นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า มูลนิธิใช้ชื่อสะกดว่า “พุท-ไธ-สวรรย์” ขณะที่ชื่อวัดสะกดว่า “พุทไธศวรรย์” แม้การออกเสียงจะมีความใกล้เคียงกัน แต่อยู่คนละส่วนกัน จึงอาจทำให้ประชาชนบางส่วนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้

ประธานกรรมการมูลนิธิพุทไธสวรรย์ย้ำว่า มูลนิธิฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีส่วนร่วม และไม่ได้ดำเนินการใดๆ กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่ปรากฏเป็นข่าว จึงขอชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด และไม่ให้นำชื่อของมูลนิธิไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ดังกล่าว.