ความคืบหน้าคดีบุกรุกป่าสงวนฯ เทือกเขากมลา ซึ่งเทศบาลเมืองกะทู้ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงาน สภ.กะทู้ ให้ดำเนินคดีกับนายอภิชาติ แซ่หลู่ (ช่างเอ๋) กับพวกรวม 3 คน เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2569 ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ขุดดินและถมดิน หลังตรวจพบว่ามีการบุกรุกแผ้วถางและปรับพื้นที่ในบริเวณป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา ในลักษณะสร้างสนามวิ่งเทรล และสนามยิงปืน ซึ่งกรมป่าไม้ออกใบอนุญาตให้เทศบาลเมืองกะทู้ เข้าทำประโยชน์ มีป่าถูกแผ้วถางปรับสภาพ กว่า 2 ไร่
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 5 พ.ย. พ.ต.อ.เฉลิมชัย เหิรสวัสดิ์ ผกก.สภ.กะทู้ เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 4 พ.ย. นายอภิชาติ พร้อม ช่างเอ๋ พร้อมภรรยา ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ก่อนครบกำหนดตามหมายเรียกในวันที่ 6 พ.ย. 2569 โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน รวม 3 ข้อหา
‘ทนายกุ้ง’ พา ‘ช่างเอ๋’ เข้าให้ปากคำ ปอศ. เผยเงินมูลนิธิฯโอนเข้า 75 ล้าน
ซึ่งในขั้นตอนของชั้นพนักงานสอบสวน นายอภิชาติ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ประสงค์ให้การใดๆ ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ที่สามารถจะกระทำได้ โดยหลังดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายแล้ว พนักงานสอบสวนจึงปล่อยตัวกลับไป เช่นเดียวกับคนขับรถแบ๊กโฮอีก 2 ราย ที่ก่อนหน้านี้เข้าพบตำรวจและให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาเช่นกัน
พ.ต.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า สำหรับประเด็นการสงสัยเรื่องการได้มาซึ่งเอกสารจนนำไปสู่การบุกรุกแผ้วถางนั้น หากผู้เสียหายคือเทศบาลเมืองกะทู้ ต้องการขยายผลไปถึงผู้สั่งการหรือผู้ว่าจ้างนั้น จำเป็นต้องให้เทศบาลเมืองกะทู้ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลพื้นที่ เข้าแจ้งความเพิ่มเติม เพื่อให้พนักงานสอบสวนมีประเด็นและข้อร้องทุกข์ในการดำเนินการสืบสวนขยายผลไปถึงบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง
“ส่วนกรณีการเข้าตรวจสอบล่าสุดของป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, เทศบาล ตนยังไม่ทราบรายละเอียดเนื่องจากยังไม่มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษแต่อย่างใด”



