สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ว่าสำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศสเผยแพร่รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี ) ของประเทศ ในไตรมาสที่สามของปีนี้ ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 0.1%
ฝรั่งเศสเผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่สถานะการคลังและการเมืองภายในประเทศยังเปราะบาง ก่อนหน้านี้เศรษฐกิจฝรั่งเศสเกือบเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงครึ่งแรกของปี จากอุปสงค์ภายในประเทศที่ซบเซา การลงทุนลดลง และสภาพอากาศร้อนจัดที่กระทบภาคเกษตรกรรม
แนวโน้มระยะสั้นยังไม่สดใส เนื่องจากรัฐบาลฝรั่งเศสชุดปัจจุบันเป็นเสียงข้างน้อย และกำลังเผชิญกับความขัดแย้งในรัฐสภาเกี่ยวกับมาตรการรัดเข็มขัด ท่ามกลางความปั่นป่วนทางสังคม ที่มีการประท้วงทุกสัปดาห์ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้า ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นระบุว่า พรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดมีคะแนนนำ
France unexpectedly contracted in the third quarter, putting the economy on a weak footing as it faces headwinds from surging borrowing costs, violent protests and political and budgetary uncertainty. https://t.co/fHekrL7vwv
— Bloomberg (@business) October 30, 2026
ทั้งนี้ การประท้วงครั้งใหญ่ซึ่งมีชนวนมาจากเรียกร้องงบประมาณด้านการศึกษา และต่อต้านค่าครองชีพที่สูงขึ้น ปะทุเป็นเหตุรุนแรงบนท้องถนนเมื่อวันที่ 17 ต.ค. มีรายงานการปล้นสะดมในหลายพื้นที่และมีผู้ถูกจับกุมหลายพันคน ขณะที่ภาคธุรกิจชะลอการตัดสินใจลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ และทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 13 ปี
เศรษฐกิจที่อ่อนแอของฝรั่งเศสยังเพิ่มความยากลำบากให้รัฐบาลในการควบคุมการขาดดุลงบประมาณ โดยรัฐบาลยกเลิกเป้าหมายที่จะลดการขาดดุลลงเล็กน้อยในปีนี้ หลังปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจเหลือ 0.5% ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติประเมินว่า หากเศรษฐกิจไม่ขยายตัวในไตรมาสที่ 4 จีดีพีตลอดปี 2569 จะเพิ่มขึ้นเพียง 0.2%.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



