เมื่อวันที่ 26 ต.ค.69 พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.ขจรศักดิ์ ดาระภา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เข้าทำการจับกุม นายสิทธิศักดิ์ อายุ 45 ปี ช่างฝีมือ 3 สำนักงานแขวงบำรุงรักษาอาณัติสัญญาณขอนแก่น หลังก่อเหตุลักทรัพย์สายไฟภายในบริเวณสำนักงานอาณัติสัญญาณรถไฟขอนแก่น

พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่จากการถไฟขอนแก่น เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน ว่าตรวจพบสายไฟ ภายในบริเวณสำนักงานอาณัติสัญญาณรถไฟขอนแก่น ถูกคนร้ายเข้ามาแอบตัดออกไป ความยาวประมาณ 50 เมตร สร้างความเสียหายต่อสำนักงาน ประเมินมูลค่าความเสียหายประมาณ 8,851.05 บาท โดยมีบุคคลต้องสงสัย และเชื่อว่าเป็นผู้ลงมือทำคือ นายสิทธิศักดิ์ ชุดสืบสวนจึงเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บข้อมูลแวดล้อมอย่างละเอียด พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุในทันที แต่ไม่พบตัวผู้ต้องสงสัย
กระทั่งพบนายสิทธิศักดิ์ ผู้ก่อเหตุ บริเวณหน้าบ้านพักสวัสดิการสำนักงานแขวงบำรุงรักษาอาณติสัญญานขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงไปตรวจสอบเมื่อเดินทางไปถึงบริเวณดังกล่าวได้พบนายสิทธิศักดิ์ ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้นและควบคุมตัวมาสอบสวน เบื้องต้นนายสิทธิศักดิ์ ยอมรับว่าเป็นผู้ลักตัดสายไฟ จุดดังกล่าวจริง และสมัครใจนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจยึดสายไฟที่มัดรวมแล้วซุกซ่อนไว้ข้างบ้านพัก จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาให้การว่าเป็นช่างของหน่วยจึงคุ้นเคย และเดินเข้าออกพื้นที่ได้โดยไม่มีใครสงสัย โดยวันก่อเหตุเข้ามาลักตัดเอาสายไฟยาวประมาณ 50 เมตร ภายในบริเวณสำนักงาน โดยใช้มีดคัตเตอร์ 1 อันและ คีมตัดสายไฟ ด้ามจับสีส้ม 1 อันเป็นเครื่องมือ แล้วนำสายไฟที่ตัดได้มามัดรวมกัน แล้วซุกซ่อนไว้ข้างบ้านพักสวัสดิการของหน่วยงาน ก่อนทำตัวตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยตั้งใจจะนำมาปอกเอาทองแดงที่อยู่ด้านในไปขาย นำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และในระหว่างการสอบสวนเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่า ผู้ต้องหามีอาการคล้ายคนเมาและพูดจาวกวน จึงสอบถามจนยอมรับว่าเสพยาบ้ามาเจ้าหน้าที่จึงนำไปตรวจปัสสาวะ ผลตรวจเบื้องต้นเป็นสีม่วง จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่สลักทรัพย์หรือรับของโจร และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟคามึน)โดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัง นำส่งส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



