จากกรณีกระทรวงการคลังประกาศชะลอการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร (ภาษีขาออก) อัตรา 1,000 บาทต่อครั้ง ออกไปก่อนยังไม่มีกำหนดนั้น
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยกรณีดังกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากมองว่าเป็นการเก็บภาษีซ้ำซ้อน ซึ่งก่อนหน้านี้สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) ได้ทำหนังสือแย้งและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนหรือชะลอการจัดเก็บภาษีดังกล่าว เพราะคาดว่าจะเป็นสร้างผลกระทบเชิงลบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในภาพรวม
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันก็มีการเรียกเก็บภาษีจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เช่น บริษัททัวร์ มีการเรียกเก็บภาษีสนามบิน รวมถึงมีการเตรียมจะจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดินอีก และถ้าเก็บภาษีขาออกเพิ่มอีก 1,000 บาทจะเรียกว่าซ้ำซ้อนหรือไม่ ซึ่งจากภาษีต่างๆที่เรียกเก็บนั้นก็ส่งผลให้ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ แบกรับภาระมากขึ้น หากเทียบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
“มองว่าเป็นเรื่องที่ดี ถึงแม้จะเป็นเพียงการชะลอการจัดเก็บก็ตาม ถึงจะเป็นการเลื่อนไประยะหนึ่ง แต่ก็คาดว่าจะเป็นผลดีทั้งกับคนไทยและชาวต่างชาติ เพราะในปัจจุบันสถานการณ์โลก ยังคงมีการสู้รบ ราคาพลังงานก็ยังสูง และภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี คงไม่เหมาะสมที่จะมีการเรียกเก็บเพิ่ม”
ทั้งนี้ ย้ำว่าอยากให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้รอบคอบ หากภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น ถ้าจะมีการเรียกเก็บก็อาจจะไม่ส่งผลกระทบมาก.



