เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากตลาดสดโพธิ์ชัย เขตเทศบาลเมืองหนองคาย ถึงกรณีภาคเอกชนยื่นขอจดสิทธิบัตรใบกะเพรา จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยแม่ค้าผักสดต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่เห็นด้วย” เนื่องจากกะเพราเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารพื้นฐานคู่คนไทย หากมีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขทางกฎหมาย ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตและรายได้ของประชาชน

แม่ค้ารายหนึ่งซึ่งปลูกกะเพราขายเอง 2-3 แปลง เผยว่า ทุกวันนี้มีรายได้จากการตัดกะเพราขายเพียงรอบละประมาณ 1,000 บาท หากในอนาคตมีเงื่อนไขการปลูกที่ยุ่งยาก อาจต้องพิจารณาเลิกปลูก หรือปลูกได้เพียงสายพันธุ์พื้นบ้านเดิมเท่านั้น

ขณะที่แม่ค้าอีกรายระบุว่า ปัจจุบันกะเพราขายเพียงกำละ 5-10 บาท ซึ่งเป็นราคาที่คนรากหญ้าเข้าถึงได้ แม้ช่วงน้ำท่วมราคาจะปรับขึ้นบ้างเล็กน้อย จึงอยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีให้เข้ามาช่วยเหลือและพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดพืชพรรณธรรมชาติอันจะสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้หาเช้ากินค่ำอีกต่อไป