เมื่อวันที่ 23 ต.ค.2569 ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เดินทางเยือนประเทศโปรตุเกสอย่างเป็นทางการ ได้เข้าพบและหารือกับนายเปาลู รังเจล รัฐมนตรีแห่งรัฐและรมว.ต่างประเทศของโปรตุเกส รวมทั้งลงนามความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการกับโปรตุเกส เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน

นายสีหศักดิ์ ย้ำถึงเหตุผลที่เดินทางมาเยือนยุโรปในครั่งนี้ว่า อยากให้ประเทศที่มาเยือนเห็นว่าไทยเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญในอาเซียน ซึ่งถือเป็นองค์กรระหว่างประเทศระดับภูมิภาคที่ได้รับการยอมรับว่ามีบทบาทในการส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคและเป็นกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพและกำลังรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ ดังนั้นประเทศไทยไม่ได้คุยเฉพาะระดับทวิภาคีแต่คุยว่าเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และจะมีโอกาสใหม่ๆในความสัมพันธ์กับบรรดาประเทศต่างๆในยุโรป ซึ่งประเทศเหล่านี้มีความเห็นที่ตรงกับประเทศไทยหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงระเบียบโลก เราจะเชื่อมโยงในเรื่องเศรษฐกิจระหว่าง สหภาพยุโรป (อียู) กับอาเซียนอย่างไร และตอนนี้เรื่องของการค้าเสรีก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งไทยกับอียูกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เราก็ขอสนับสนุนจากประเทศที่เราไปเยือนในคร้งนี้ ขอให้ช่วยขับเคลื่อนและผลักดัน เพราะการเจรจาการค้าเสรีกับอียูก็ใกล้ถึงจุดจบแล้ว ตนจึงคิดว่าถ้าได้รับแรงขับเคลื่อนทางการเมืองอีก ก็จะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในปีนี้

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงการหารือกับนายเปาลู รังเจล ว่า โปรตุเกสว่ามีศักยภาพหลายอย่างที่เราคิดว่าน่าจะร่วมมือกับไทยได้ และตนได้เล่าถึงการที่เราจะเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งโปรตุเกสมีความสามารถในเรื่องพลังงานสะอาด และถือเป็นประเทศชั้นนำในด้านนี้ ขณะที่ไทยต้องการพลังงานสะอาด เพราะเรามีอุตสาหกรรมใหม่ๆ Data Center ทั้งหลายก็ต้องการพลังงานสะอาด ขณะที่โปรตุเกสรู้สึกทึ่ง เมื่อเห็นศักยภาพเอกชนไทยทีมีบริษัทชั้นนำในการลงทุนทั่วโลก ทั้งอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งโปรตุเกสมีความสนใจมากขึ้น หลังจากที่เดินทางมาเยือนไทย และเมื่อตนมาเยือน ถือเป็นการเยือนนที่เป็นประโยชน์ทั้งในเรื่องทวิภาคีและความสัมพันธ์ ระหว่างไทยกับอียู อียูกับอาเซียน และที่สำคัญ เราทำให้เห็นว่าประเทศไทยมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ และเราน่าจะอยู่ในจอเรดาร์ของบรรดาประเทศในยุโรป

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ถ้าเราจะเพิ่มพูนการค้าการลงทุน เพิ่มพูนความสัมพันธ์ความร่วมมือระหว่างกัน หัวใจสำคัญ เราต้องเดินทางไปมาหาสู่กันและกาได้ลงนามความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับหนังสือเดินทางทางการทูตซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อไปมาหาสู่กันสะดวกและสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป เราก็ขอให้ทางโปรตุเกสและสเปน ขอให้ยกเว้นการตรวจลงตราเชงเกิ้นอยู่ ขณะนี้เราก็ก้าวมาสู่ก้าวที่สำคัญ ที่เรียกว่าเป็น Visa Cascade หมายความว่าพวกที่เดินทางมายังประเทศในยุโรปบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางเพื่อทำธุรกิจ ต่อไปนี้จะขอวีซ่าได้สะดวกยิ่งขึ้น