ลำต้น กล้วยตานีนั้นจัดได้ว่าเป็นพืชล้มลุก ที่มีลำต้นสูงใหญ่ประมาณ 3-4เมตร โดยเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นจะอยู่ประมาณ 20ซม. เป็นพืชบก ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า เปลือกลำต้นสีเขียวลักษณะเรียบมียางสีขาวขุ่น ใบเป็นใบเดี่ยว สีเขียว ใบไม่มีร่อง แผ่นใบกว้าง 20-30 เซนติเมตร ยาว 90-200 เซนติเมตร ลักษณะพิเศษใบมีขนาดใหญ่ การเรียงตัวของใบบนกิ่งเวียน แผ่นใบรูปขอบขนาน ปลายใยเว้าตื้น โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ใบจะเหนียวและมีลักษณะมันวาวกว่าใบของต้นกล้วยชนิดอื่น มีกาบปลีกลักษณะปลายมน ป้อม มี 2 สีคือด้านล่างมีสีแดงเข้ม ส่วนด้านบนมีสีแดงแต่จะอมม่วงและมีสีขาว ๆ อยู่บ้าง

ผล กล้วยตานี 1 เครือ จะมีทั้งหมด 8 หวี และใน 1หวีก็จะมีอยู่ประมาณ 10 – 14 ผล โดยลักษณะผลของกล้วยตานีจะมีลักษณะมีเหลี่ยม ผลป้อมและใหญ่ เมื่อสุกแล้วจะมีสีเหลือง รสชาติหวาน แต่คนส่วนใหญ่นิยมกินกล้วยน้ำว้ามากกว่าเพราะกล้วยตานีนั้นมีเมล็ดอยู่เป็นจำนวนมากเนื้อน้อย และเมล็ดที่แก่ไม่สามารถทานได้ ดอก ก้านช่อดอกสีเขียวไม่มีขน ปลีรูปร่างป้อม ปลายมน ด้านบนสีแดงอมม่วง มีนวล ด้านล่างสีแดงเข้มสดใส เมื่อกาบปลีกางขึ้นจะไม่ม้วนงอ กาบปลีแต่ละใบซ้อมกันลึก

ใบตองจากกล้วยตานีมีนิยมนำมาใช้สำหรับห่ออาหาร ใช้ตกแต่งภาชนะใส่อาหาร ทำกระทง บายสีในงานมงคล หรือบุญประเพณีต่าง ๆ ได้ปัจจุบันมีเกษตรกรหันมาปลูกต้นกล้วยตานีเพื่อจำหน่ายใบตอง สร้างรายได้ให้กับเกษตรได้จำนวนมาก นอกจากนี้ต้นกล้วยตานียังสามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้อีก เช่น ก้านใบ สามารถนำไปทำกระดาษเชือก หยวก ปลี ผลอ่อนรับประทานเป็นผัก ปลี ใช้ทำอาหาร เหง้าใช้ทำแกงคั่ว ผลอ่อน ใช้ทำส้มตำใช้ทำเมี่ยง ผลแก่ ใช้รับประทานเป็นผลไม้ และยังมีสรรพคุณอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น

ถ้าหากนำใบที่แห้งแล้วนำไปต้มกับใบมะขาม สามารถนำน้ำมาอาบเพื่อแก้ผดผื่นคันตามตัวได้ ช่วยแก้ท้องเสียโดยการนำผลดิบที่ยังอ่อนอยู่ นำมาฝานแล้วตากแดดไว้หลังจากนั้นนำมาบดแล้วรับประทานจะช่วยแก้ท้องเสียได้ ช่วยแก้ร้อนใน ดับกระหายโดยการนำรากมาต้มน้ำรับประทาน ช่วยกันผมร่วงและเร่งให้ผมเจริญเติบโตเร็วขึ้น โดยนำลำต้นมาคั้นน้ำแล้วนำมาทากับผมตรงที่เราต้องการ ช่วยบรรเทาอาการเคล็ดขัดยอกโดยการนำใบกล้วยที่อ่อน นำมาอังไฟแล้วนำมาทาบริเวณที่เคล็ดขัดยอกจะช่วยบรรเทาได้ ส่วนหัวปลีนั้นสามารถใช้บำรุงน้ำนมได้ดี โดยวิธีการคือนำหัวปลีกไปต้มแล้วคั้นสด รับประทานจะช่วยบำรุงน้ำนมแม่ได้ หัวปลีก็ยังสามารถรักษาโลหิตจางได้เพราะหัวปลีมีธาตุเหล็กอยู่มาก วิธีการทำโดยการนำหัวปลีไปตากแห้งแล้วรับประทาน สามารถใช้รักษาโลหิตจางได้อีกด้วย.