สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ว่า การใช้กำลังของตำรวจเพื่อควบคุมการประท้วงของนักเรียนทั่วฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบคน รวมถึงเยาวชนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเสี่ยงพิการถาวร ส่งผลให้เกิดข้อเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนหรือยุติการใช้อาวุธที่เรียกว่า “อาวุธไม่ถึงตาย” เช่น กระสุนยางและระเบิดสกัดกั้น
กรณีล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ “เอเดน” วัย 14 ปี ได้รับบาดเจ็บกระดูกขากรรไกรหักและฟันเสียหายหลายซี่ หลังถูกกระสุนแก๊สน้ำตายิงเข้าที่ใบหน้าในระยะประชิด ระหว่างการประท้วงของนักเรียนในเมืองแซงต์-อูแอง-โลโมน ทางตอนเหนือของกรุงปารีส ตามคำบอกเล่าของครอบครัวและทนายความ

ทนายความของเอเดนกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ลูกความนั่งอยู่บนกำแพงและกำลังดูโทรศัพท์มือถือ ห่างจากจุดประท้วงเพียงไม่กี่เมตร ขณะที่ข้อมูลจากอัยการระบุว่า ตำรวจนายหนึ่งเดินเข้าหาเด็กชายและใช้กระบองตี ก่อนที่เอเดนตอบโต้ด้วยการเตะ จากนั้นตำรวจอีกนายยิงระเบิดแก๊สน้ำตาด้วยเครื่องยิงชนิดคูการ์ ซึ่งกระสุนพุ่งเข้าที่ใบหน้า
ทั้งนี้ ตำรวจปล่อยให้เด็กชายนอนอยู่บนพื้นโดยไม่เรียกหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ครอบครัวจึงยื่นคำร้องทุกข์ในข้อหาพยายามฆ่า ขณะที่ตำรวจปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับการสอบสวนที่ยังดำเนินอยู่
ตามข้อมูลจากสำนักงานอัยการ ตำรวจผู้ก่อเหตุให้การว่า พยายามป้องกันตนเองและเพื่อนร่วมงาน ต่อมาตำรวจนายดังกล่าวถูกตั้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการในคดีทำร้ายร่างกาย ซึ่งส่งผลให้ผู้เสียหายพิการหรือเสียโฉมถาวร
กรณีของเอเดนเป็นหนึ่งใน 24 คดีที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติฝรั่งเศส หรือไอจีพีเอ็น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมการประท้วงของนักเรียนที่ดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนก.ย. ที่ผ่านมา และนายเซบาสเตียน เลอคอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ยอมรับว่า การประท้วงครั้งนี้มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
ทั้งนี้ มีรายงานการพบผู้ได้รับบาดเจ็บจากการใช้กำลังของตำรวจแล้ว 28 กรณี ในจำนวนนี้ 15 กรณีอยู่ภายใต้การสอบสวนของไอจีพีเอ็น โดยมีทั้งผู้ถูกกระสุนยาง ระเบิดแสงเสียง แก๊สน้ำตา กระบอง และการเข้าควบคุมฝูงชนด้วยม้าได้รับบาดเจ็บ
ในสองกรณี ผู้เสียหายสูญเสียดวงตาหรือได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาจากกระสุนยาง ส่วนเยาวชนวัย 15 ปีในเมืองล็องส์สูญเสียมือ โดยนายโลรองต์ นูเนซ รมว.มหาดไทยฝรั่งเศส ระบุว่าอาจเกิดจากระเบิดแสงเสียง และได้สั่งระงับการใช้อาวุธชนิดดังกล่าวระหว่างรอผลสอบสวน
นูเนซกล่าวว่า มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บประมาณ 200 คน แต่ระบุว่ามีเพียงส่วนน้อยมากที่เกิดจากการกระทำของตำรวจ ขณะที่ทางการรายงานว่า ตำรวจได้รับบาดเจ็บประมาณ 700 นาย โรงเรียนหลายแห่งถูกเผาหรือถูกทำลาย ครูและประชาชนถูกทำร้าย และมีผู้ถูกจับกุม 6,877 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เยาว์
นายเซบาสเตียน โรช นักวิจัยด้านการควบคุมการใช้กำลังของตำรวจจากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส กล่าวว่า ฝรั่งเศสมีความแตกต่างจากประเทศอื่นในยุโรป ทั้งในแง่การใช้อาวุธและจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยภายในเวลา 12 วัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจนเกิดความเสียหายที่ไม่อาจฟื้นคืนได้ 4 ราย และทั้งหมดเป็นผู้เยาว์ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยพบเห็นในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของฝรั่งเศส
French policing under scrutiny as student protest injuries mount https://t.co/XnuWvZSh91 https://t.co/XnuWvZSh91
— Reuters (@Reuters) October 10, 2026
ขณะที่ตำรวจในสหราชอาณาจักร อิตาลี และเยอรมนี โดยทั่วไปไม่ได้ใช้อาวุธอย่างกระสุนยางและระเบิดแสงเสียงในการควบคุมฝูงชน ยกเว้นบางพื้นที่ เช่น เมืองฮัมบัวร์กของเยอรมนี ส่วนสเปนอนุญาตให้ใช้ได้ แต่มีรายงานผู้บาดเจ็บน้อยกว่าฝรั่งเศส
นอกจากนี้ ในเมืองอาร์ฌ็องเตย ชานกรุงปารีส นักเรียนวัย 16 ปีได้รับบาดเจ็บที่ตาซ้ายจากการถูกตำรวจยิงระหว่างเดินทางกลับบ้าน หลังเดินทางมาถึงโรงเรียนแล้วพบว่า ปิดทำการเพราะเหตุประท้วง ทนายความของผู้เสียหายระบุว่า ดวงตาของเด็กชายอาจได้รับความเสียหายถาวร แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเขาถูกกระสุนยางหรือวัตถุชนิดอื่น

อัยการซึ่งสอบสวนคดีนี้ระบุว่า ตามคำให้การของตำรวจ เด็กชายที่ได้รับบาดเจ็บดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในเยาวชนสองคนที่ยิงพลุใส่เจ้าหน้าที่ ก่อนที่ตำรวจตอบโต้ด้วยกระสุนยาง อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสยังไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับคดีนี้และกรณีของเอเดน
กลุ่มสิทธิมนุษยชน รวมถึงแอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล ตลอดจนนักการเมืองบางส่วน เรียกร้องให้ยุติการใช้อาวุธที่เรียกว่าไม่ถึงตายอย่างถาวร ขณะที่สหภาพตำรวจยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องมีอาวุธเหล่านี้เพื่อควบคุมสถานการณ์รุนแรงและป้องกันตนเอง

นายบัลลี บากาโยโก นายกเทศมนตรีเมืองแซงต์-เดอนี จากพรรคฝรั่งเศสไม่ยอมจำนน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้าย เรียกร้องให้ยุติการใช้กระสุนยางและตั้งเป้าให้ไม่มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บ เพื่อช่วยลดระดับความตึงเครียด โดยเขาเข้าร่วมการประท้วงในเมืองของตนเพื่อแสดงจุดยืนปกป้องเยาวชนจากการใช้กำลังของตำรวจ
อย่างไรก็ตาม นายตีแยรี แกลร์ ผู้แทนสหภาพตำรวจ กล่าวว่า การบาดเจ็บสาหัสของเอเดนหรือกรณีเด็กสูญเสียมือเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่ไม่ควรนำมาใช้ตั้งคำถามต่อวิธีการปฏิบัติงานของตำรวจ แกลร์มองว่าปัญหาสำคัญอยู่ที่ความรุนแรงจากผู้ประท้วงบางส่วนซึ่งยกระดับความตึงเครียด พร้อมเตือนว่า หากยกเลิกทางเลือกในการใช้กำลังระดับกลาง ตำรวจอาจเหลือเพียงการใช้กำลังถึงชีวิตในสถานการณ์เผชิญหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



