สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ว่า ไต้หวัน ซึ่งมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย และจีนอ้างว่าเป็นดินแดนของตนเอง กำลังรอการอนุมัติจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ มาเป็นเวลานานหลายเดือน สำหรับแพ็กเกจขายอาวุธใหม่มูลค่าประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 467,250 ล้านบาท) ต่อจากข้อตกลงมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 367,124 ล้านบาท) ที่เปิดเผยเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว

ภายหลังการพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่กรุงปักกิ่ง ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า เขาจะระงับข้อตกลงขายอาวุธฉบับล่าสุดไว้ชั่วคราว และเขาไม่พูดถึงการขายอาวุธให้กับไต้หวัน นับตั้งแต่การประชุมสุดยอดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยกล่าวเพียงว่า สีเข้าใจจุดยืนของเขาเกี่ยวกับไต้หวัน

ด้านนายเฉิน หมิง-ฉี รมช.การต่างประเทศไต้หวัน กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงไทเป อ้างอิงถึงความคิดเห็นของนายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ที่ว่าการขายยุทโธปกรณ์ให้กับใครก็ตาม ต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบเช่นเดียวกัน

“ไต้หวันเผชิญกับสถานการณ์ที่ร้ายแรงในช่องแคบไต้หวัน แม้เศรษฐกิจของจีนถดถอยอย่างต่อเนื่อง แต่จีนยังคงลงทุนทรัพยากรมากขึ้นในการสร้างขีดความสามารถทางทหาร ซึ่งในบริบทนี้ สหรัฐเข้าใจเป็นอย่างมากถึงความจำเป็นด้านการป้องกันของเรา และรัฐบาลวอชิงตันก็เข้าใจถึงความมุ่งมั่นของไต้หวันในการลงทุนด้านการทหาร” เฉิน กล่าวเพิ่มเติม

นอกจากนี้ เฉินยังกล่าวว่า ไต้หวันติดต่อสื่อสารกับรัฐบาลวอชิงตันอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าสหรัฐเข้าใจสถานการณ์ที่ไต้หวันเผชิญอยู่ รวมถึงความมุ่งมั่นของไต้หวันในการลงทุนด้านการป้องกันอย่างสิ้นเชิง.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS