สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ว่าทีมวิจัยของสถาบัน “ไคลเมต อิมแพค แล็บ” ซึ่งทำงานด้านวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และข้อมูล ในสังกัดมหาวิทยาลัยชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ของสหรัฐ เปิดเผยรายงานผลการวิเคราะห์ฉบับล่าสุด ระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรงอย่างผิดปกติในขณะนี้ อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนทั่วโลกสูงถึงราว 451,000 คน ในช่วงเวลาถึงเดือน ก.พ. 2570
ทั้งนี้ เอลนีโญเป็นรูปแบบความแปรปรวนตามธรรมชาติของสภาพภูมิอากาศที่มักผลักดันอุณหภูมิโลกให้สูงขึ้น แต่นักวิจัยชี้ว่า รอบนี้เข้าสู่ระดับรุนแรงเป็นพิเศษ จนนักวิทยาศาสตร์บางส่วนเรียกว่าเป็นเอลนีโญ “ระดับก็อตซิลลา” และมีแนวโน้มทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ โดยคาดว่าจำนวนวันที่มีอากาศร้อนจัดจะเพิ่มขึ้นราว 44% เมื่อเทียบกับปีปกติ ซ้ำเติมด้วยภาวะโลกร้อนจากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ดันความเสี่ยงอุณหภูมิสุดขั้วให้สูงขึ้นไปอีก
รายงานพบว่าผลกระทบไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียม ประเทศในซีกโลกใต้และประเทศกำลังพัฒนาถูกคาดว่าจะแบกรับภาระหนักที่สุด โดยเฉพาะภูมิภาคซาเฮลของแอฟริกาที่เผชิญความร้อนและความแห้งแล้งเป็นทุนเดิม
Extreme heat linked to this year’s “super El Niño” could cause up to 451,000 excess deaths worldwide over the six months through February 2027 https://t.co/XexGOwzhnf
— Weather Monitor (@WeatherMonitors) September 23, 2026
ไนจีเรียมีตัวเลขผู้เสียชีวิตตามแบบจำลองสูงสุดราว 31,400 ราย รองลงมาคืออินโดนีเซีย ซูดาน อินเดีย และบราซิล ขณะที่สหรัฐ ติดกลุ่ม 20 ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตราว 3,500 ราย สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข และระบบระบายความร้อนที่ยังรับมือคลื่นความร้อนได้ไม่ทั่วถึง
ศ.ไมเคิล กรีนสโตน ผู้ร่วมก่อตั้ง ไคลเมต อิมแพค แล็บระบุว่า ตัวเลข 451,000 รายไม่ใช่เพียงสถิติ แต่คือครอบครัว คนทำงาน และประชาชนที่อาจต้องสูญเสียชีวิตไปกับสภาพอากาศสุดขั้ว
แม้รายงานดังกล่าวยังอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ทีมวิจัยตัดสินใจเผยแพร่ผลวิเคราะห์เบื้องต้นออกมาก่อน เนื่องจากเอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว และยังพอมีเวลาให้รัฐบาลแต่ละประเทศเตรียมแผนรับมือ นักวิเคราะห์จึงมองว่าตัวเลขนี้เป็น “สัญญาณเตือนล่วงหน้า” มากกว่าคำพยากรณ์ที่ตายตัว
หากเร่งวางมาตรการรับมือคลื่นความร้อนไว้ก่อน ความสูญเสียจริงอาจต่ำกว่าที่ประเมินไว้มาก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าเอลนีโญจะรุนแรงแค่ไหน แต่คือโลกจะเตรียมตัวทันหรือไม่.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



