เมื่อวันที่ 25 ก.ย. จากกรณีเกิดเหตุระทึกภายในซอยจรัสลาภ ถนนสิรินธร แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ชายคลั่งยิงปืนและเผาบ้าน เจ้าหน้าที่นำหน่วยสวาทเข้ากระชับพื้นที่ ล่าสุดจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้นปลูกในรั้วรอบขอบชิดเนื้อที่ 100 ตารางวา ซึ่งเป็นบ้านของ พลตรี สมาน อายุ 86 ปี ข้าราชการทหารบกวัยเกษียณ ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายศรายุทธ อายุ 46 ปี ลูกชาย
เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าวพบ นายศรายุทธ นั่งเสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้ มือขวาถืออาวุธปืนขนาด 9 มม. มีบาดแผลที่ศีรษะ 2 นัด และภายในห้องพบอาวุธปืนสั้น ปืนยาวกว่า 50 กระบอก กระสุนและเครื่องระเบิดนานาชนิด จากการตรวจเช็กอย่างละเอียดพบว่า มีอาวุธปืนที่เป็นของจริง ปืนสั้น 5 กระบอก ปืนยาว 2 กระบอก นอกนั้นเป็น บีบีกัน และแบลงค์กัน ส่วนระเบิดเป็นของปลอม นอกจากนี้ยังพบถังแก๊สขนาด 16 กิโลกรัม และถังน้ำมัน
ที่บริเวณด้านหลังบ้านได้เลี้ยงแมว นก สุนัข สัตว์ต่างๆ จำนวนมาก นอกจากนี้พบว่ามีรถยนต์ถูกกระสุนปืนได้รับความเสียหายหลายคัน ภายในบ้านตามผนัง มีการใช้สีสเปรย์พ่นข้อความว่า “สมบัติ ตายาย” และปลอกกระสุนตกเกลื่อนกระจายเต็มพื้น
ชายคลั่งยิงปืน-เผาบ้าน เจอระเบิด อาวุธสงครามเพียบ หน่วยสวาทเข้าคุมพื้นที่ พบเสียชีวิตแล้ว!

สอบสวน พลตรี สมาน อายุ 86 ปี ข้าราชการทหารบกวัยเกษียณ พ่อของนายศรายุทธ ผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า เดิมทีบ้านหลังนี้ ครอบครัวของตนเองพักอาศัยกันอยู่ รวมแล้ว 4 คน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่จากกรมบังคับคดีนำหมายศาลบังคับคดีมาแปะไว้หน้าบ้าน ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป ทำให้ครอบครัวต้องกระจัดกระจายแยกย้ายกันอยู่ ส่วนสาเหตุนั้น ตนเองมาทราบในภายหลังว่า ลูกสาวนำบ้านหลังนี้ไปขายฝากในมูลค่า 50 ล้านบาท ตั้งแต่เมื่อไหร่ตนเองก็ไม่ทราบ จนเรื่องไปถึงชั้นศาลฯ ก่อนจะมีคำพิพากษา ให้บริษัทเอกชนที่รับขายฝากเป็นผู้ชนะคดี จึงมีหมายศาลมาแปะหน้าบ้าน
สำหรับลูกชายของตนเองเป็นคนที่มีความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน ทั้งแมว สุนัข และปลาอัลลิเกเตอร์ รวมกันแล้วมากกว่า 20 ตัว และพยายามจะเข้าไปให้อาหาร แต่อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่กีดกันไม่ให้เข้าไปดูแลสัตว์เลี้ยง ทำให้ลูกชายไม่สบายใจ ส่วนสาเหตุที่คลุ้มคลั่งตนเองไม่ทราบ เพราะที่ผ่านมาลูกชายไม่เคยมีอาการป่วยจิตเวชและเสพยาเสพติด หรือดื่มสุราแต่อย่างใด

ส่วนอาวุธปืนสงครามและระเบิดที่พบภายในบ้านเป็นจำนวนมาก ยืนยันว่าไม่ใช่ของตนเอง และไม่ทราบว่าลูกชายไปเอามาจากไหน ส่วนศพที่พบภายในบ้านยังไม่ยืนยันว่าใช่ลูกชายของตนจริงหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวยังไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นสาเหตุเกิดจากอะไร
จากนั้นตำรวจ สน.บางพลัด ได้เชิญตัวพลตรี สมาน ไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ขณะเดียวกัน ตำรวจ EOD, ตำรวจนครบาล, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจกลาง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเก็บพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดี โดยที่มีการกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป



