สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ว่าเหล่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) ชั้นนำของโลก เข้าร่วมการประชุมวาระพิเศษ ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) เกี่ยวกับความเสี่ยงของเอไอต่อมนุษยชาติ
นายดาริโอ อโมเดอี ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของบริษัทแอนโทรปิก กล่าวว่า หากบริหารจัดการไม่ดี เอไออาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อมนุษยชาติ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ วางความแตกต่างไว้เบื้องหลัง เพราะไม่มีผู้นำ บริษัท หรือประเทศใดสามารถจัดการความเสี่ยงนี้ได้เพียงลำพัง
ทั้งนี้ สหรัฐและจีน ซึ่งเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเอไอของโลก มีแนวทางกำกับดูแลแตกต่างกัน โดยรัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่เชื่อว่ามีความจำเป็นในการออกกฎเฉพาะสำหรับเอไอ ขณะที่จีนมีกฎควบคุมอัลกอริทึมและข้อมูลฝึกโมเดล รวมถึงกำหนดให้ระบุเนื้อหาที่สร้างโดยเอไออย่างชัดเจน

ด้านนายเคลมองต์ เดอลองก์ ผู้ร่วมก่อตั้งฮักกิงเฟซ กล่าวว่า เอไอสามารถใช้ป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ได้ หลังบริษัทเคยถูกเอไอเอเจนต์ของโอเพนเอไอโจมตี โดยระบุว่า ฮักกิงเฟซ “ถูกเอไอโจมตี แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือป้องกันตัวเองด้วยเอไอ”
Sam Altman tells the UN Security Council that we could lose control of the future to AI and that even a 0.1% chance of such a catastrophe wouldn't be remotely acceptable.
— ControlAI (@ControlAI) September 24, 2026
Most estimates from experts, insiders, and even the AI CEOs themselves are much higher than this. pic.twitter.com/QBsUbds7Ak
ขณะที่นายแซม อัลต์แมน ซีอีโอของโอเพนเอไอ กล่าวว่า จำเป็นต้องมีความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยการตัดสินใจสำคัญเกี่ยวกับเอไอไม่ควรอยู่ในมือบริษัทเทคโนโลยีเพียงไม่กี่แห่ง แต่ต้องผ่านกระบวนการประชาธิปไตย
ส่วนนายไมเคิล ครัตซิออส ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทำเนียบขาว ย้ำว่า โลกไม่สามารถกำกับดูแลเทคโนโลยีที่ยังไม่เข้าใจได้ พร้อมคัดค้านการจัดตั้งกรอบกำกับดูแลเอไอระดับโลก ขณะที่นายฟู่ ฉง เอกอัครราชทูตจีนประจำยูเอ็น เรียกร้องให้ประชาคมโลกเพิ่มความร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาและความมั่นคงด้านเอไอ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS


