สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ว่านายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.กระทรวงการคลังสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐและจีนเห็นพ้องขยายเวลาพักรบทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน จากกำหนดสิ้นสุดวันที่ 10 พ.ย. นี้ เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลามากขึ้นในการเจรจาข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ที่มีความครอบคลุมมากกว่าเดิม


เบสเซนต์กล่าวหลังหารือกับนายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน และประธานคณะกรรมการกิจการการเงินและเศรษฐกิจกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่สำนักงานใหญ่ธนาคารโลก ( เวิลด์แบงก์ ) ในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นการพบกันครั้งที่ 2 ในรอบ 4 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน


เบสเซนต์ระบุว่า การขยายเวลาพักรบทางการค้าซึ่งทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงกันที่เมืองปูซานของเกาหลีใต้ เมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว จะช่วยให้มีเวลาพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดทำข้อตกลง ที่ครอบคลุมมากกว่าการเจรจาเป็นรายประเด็น


อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังเรียกร้องให้จีนปฏิบัติตามพันธสัญญาภายใต้ข้อตกลงเดิมอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐ ซึ่งแม้จีนดำเนินการตามเป้าหมายการซื้อถั่วเหลือง 25 ล้านตัน แต่ยังล่าช้าในการซื้อสินค้าเกษตรอื่น ๆ มูลค่า 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 550,000 ล้านบาท )


เบสเซนต์กล่าวด้วยว่า การประชุมสุดยอดครั้งนี้อาจมีการประกาศความคืบหน้า เกี่ยวกับเป้าหมายยกเลิกภาษีสินค้าที่ไม่สำคัญ มูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 970,000 ล้านบาท ) ตลอดจนความร่วมมือด้านบริการทางการเงินและการซื้อสินค้าเกษตร


ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายยังหารือเรื่องการจัดตั้งสายด่วนสื่อสาร เพื่อแจ้งเหตุการณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยของปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) แต่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับท่าทีของจีน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า ความร่วมมือด้านเอไอยังมีข้อจำกัดจากความไม่ไว้วางใจระหว่างกัน


ทั้งนี้ ข้อตกลงพักรบทางเศรษฐกิจที่เมืองปูซาน ช่วยลดอัตราภาษีตอบโต้ระหว่างสองประเทศ ซึ่งเคยพุ่งสูงเกิน 100% พร้อมกับที่จีนตกลงกลับมาส่งออกแม่เหล็กแร่หายากและแร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ ที่เคยจำกัดการส่งออกอย่างเข้มงวด.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS