โดยเปิดทางให้คาร์บอนเครดิต ที–เวอร์ ของไทยและใบรับรองไฟฟ้าสีเขียวของจีนเข้าถึงผู้ซื้อผ่านแพลตฟอร์มของกันและกัน พร้อมสนับสนุนการเกิดธุรกรรมจริง และต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมด้านการเงินสีเขียว เช่น การจัดหาเงินทุนโดยใช้สินทรัพย์คาร์บอนเป็นหลักประกัน ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายความยั่งยืน และบริการด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งจะช่วยดึงดูดเงินทุนเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียวในภูมิภาคมากขึ้น

ความร่วมมือระหว่าง CMC และ MEX มีเป้าหมายลดข้อจำกัดจากความแตกต่างของมาตรฐาน ระบบทะเบียน และกระบวนการทวนสอบ ผ่านกลไกตลาดที่เชื่อมโยงแพลตฟอร์มของทั้งสองฝ่าย โดยยังคงรักษากรอบกำกับดูแลและมาตรฐานของแต่ละประเทศ

นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บีซีพีจี กล่าวว่า การที่คาร์ บอนเครดิตจากโครงการของบีซีพีจีถูกนำไปใช้ผ่านกลไกตลาดคาร์บอนข้ามพรมแดนเป็นเครื่องยืนยันว่าพลัง งานสะอาดไม่ได้สร้างคุณค่าเพียงด้านการผลิตไฟฟ้า แต่ยังสามารถสร้างมูลค่าผ่านสินทรัพย์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มความต้องการคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงที่เพิ่มขึ้นและตอกย้ำความพร้อมของบีซีพีจีในการเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของภูมิภาค

Ms. Meng Meng ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MEX กล่าวว่า นวัตกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่สำคัญมากกว่าคือ  ความเชื่อมั่นในการเชื่อมโยงตลาดข้ามพรมแดน การขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการและการทวนสอบโดยบุคคลที่สามช่วยยืนยันความถูกต้องของคาร์บอนเครดิตและป้องกันการนับซ้ำ ขณะที่การเปิดเผยข้อมูลช่วยให้ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ สิ่งที่พิสูจน์ประสิทธิผลของกลไกนี้คือการซื้อและการยกเลิกคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่จำนวนข้อตกลงที่ลงนาม

นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น และประธาน CMC กล่าวว่า มีความภูมิใจที่ความร่วมมือครั้งนี้ได้รับการยอมรับให้เป็น Best Practice ด้านการเงินสีเขียวจีน–อาเซียน ธุรกรรมนี้แสดงให้เห็นว่ากลไกดังกล่าวสามารถเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงข้ามพรมแดน และสนับสนุนการดำเนินงานในอนาคตภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีส

ทั้งนี้ MEX และ CMC มีแผนขยายประเภทและปริมาณผลิตภัณฑ์บนทั้งสองแพลตฟอร์ม พร้อมสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานและโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายดิจิทัลให้สอดคล้องกันมากขึ้น รวมถึงเสริมศักยภาพด้านการดำเนินงานภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีส เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนในระดับอาเซียนในระยะยาว.