เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านรวมตัวกันมากกว่า 1,000 คน ค้านหัวชนฝาไม่เอาโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก และการชุมนุมวันนี้เป็นไปด้วยความสงบ มีการตั้งเวทีปราศรัย จัดจำหน่ายเสื้อแสดงเจตนารมณ์ปกป้องผืนป่า และตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารผู้ร่วมงาน เพื่อรวบรวมรายชื่อส่งตรงถึงคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ให้พิจารณาเพิกถอนโครงการดังกล่าวทันที

นายสมภพ ศิริสว่าง เครือข่ายคัดค้านอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ย้ำชัดว่า การรวมตัวครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนของมวลชนภาคประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง ไร้เงาการเมืองหรือนายทุนหนุนหลัง พร้อมยืนหยัดสู้สุดตัวเพื่อสะท้อนเสียงที่แท้จริงของคนจังหวัดจันทบุรี

ขณะเดียวกันเวทีปราศรัยทวีความร้อนแรงขึ้น เมื่อแกนนำและนักเคลื่อนไหวคนดังขึ้นเวทีให้ข้อมูลสับแหลก ชี้ชัดว่า การอ้างสร้างเขื่อนเพื่อเกษตรกรสวนทุเรียนเป็นเพียง “ฉากทัศน์บังหน้า” แต่เบื้องหลังคือการอุ้มนายทุน ผันน้ำไปป้อนภาคอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พร้อมกระทุ้งถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เลิกลอยตัวและแสดงจุดยืนปกป้องธรรมชาติอย่างจริงจัง

ด้าน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ได้กางหลักฐานผลสำรวจพื้นที่ป่าไม้และสัตว์ป่าชนิด “แฉยับ” โดยยืนยันว่าข้อมูลสภาพป่า ปริมาณไม้ใหญ่ และจำนวนสัตว์ป่าที่กรมชลประทานนำเสนอขัดกับความจริงในพื้นที่อย่างสิ้นเชิง พร้อมลั่นดีใจที่เห็นชาวจันทบุรีออกมาร่วมค้านหัวชนฝาเพื่อปกป้องบ้านเกิด

ทางด้าน น.ส.ชนะรัตน์ แจ้งสว่าง อายุ 68 ปี เกษตรกรทำสวน อ.แก่งหางแมว เผยความรู้สึกอย่างดุดันว่า น้ำที่มีอยู่เดิมก็เพียงพอต่อการทำเกษตรแล้ว การทุ่มงบ 7,200 ล้านบาท ไปแลกกับความสูญเสียของผืนป่าสมบูรณ์และสังเวยชีวิตสัตว์ป่าหลายหมื่นชีวิต โดยเฉพาะช้างป่า คือความไม่คุ้มค่าอย่างสิ้นเชิง พร้อมประกาศปักหลักสู้ชนเพดาน ไม่ว่าจะต้องไปจบที่ชั้นสภาหรือศาลปกครองก็ตาม

สำหรับเหตุการณ์ชาวจันทบุรีนับพันรวมพลังค้านหัวชนฝาไม่เอาเขื่อนในครั้งนี้ สะท้อนถึงศึกชนช้างระหว่าง “ทุนอุตสาหกรรม EEC” กับ “ปราการป่าไม้รอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก” โดยมีปมแคลงใจเรื่องกลุ่มนอมินีขอเวนคืนที่ดิน และการทำรายงานสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ที่ชาวบ้านมองว่าหมกเม็ด ปิดบังความสมบูรณ์ของธรรมชาติ.



