เมื่อวันที่ 13 ก.ย. นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw-ไอลอว์) กล่าวก่อนเริ่มกิจกรรม #สั่งฟ้องโกงสว #สั่งฟ้อง229 ด้วยการเดินเท้าระยะทาง 11 กม. จากออฟฟิศไอลอว์ ถนนลาดพร้าว ถึงหอศิลปวัฒนธรรมก่อนการฟังผลการลงมติของ กรรมการการเลือกตั้ง(กกต. )ในวันที่ 14 ก.ย. 69นี้ว่า วันนี้เป็นวันสำคัญเพราะเป็นวันสุดท้ายก่อนที่ กกต.จะมีคำสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องสว.และเครือข่าย ที่ร่วมกันอยู่ในขบวนการโกงการเลือกสว.เมื่อปี 67 ถ้าวันนี้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของบ้านเมืองเดินไปตามปกติวันนี้เราไม่ต้องทำกิจกรรมอะไร ก็ดูว่าองค์กรอิสระที่เป็นอิสระจะสั่งอย่างไร พวกเราก็รอฟังผลได้ แต่วันนี้พวกเรารู้กันว่าองค์กรที่กำลังทำหน้าที่วินิจฉัยไม่ได้มีที่มาเป็นอิสระ กกต.ชุดนี้ จำนวน 4 คนจากจัด 7 คน มีที่มาจากการเลือกของสว.ชุดนี้

“คือคนที่ถูกกล่าวหาเลือกคนมาวินิจฉัยเรื่องของตัวเองว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ซึ่งเป็นระบบที่รับไม่ได้และทำให้ประชาชนอยู่เฉยไม่ได้ เราเชื่อว่าถ้าประชาชนไม่พูดถึงเรื่องนี้เลยไม่ได้ ไม่ช่วยกันแสดงออก หรือถ้าสื่อมวลชนไม่ได้มีการช่วยกันนำเสนอข่าว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ กกต.ที่พวกเขาเลือกมา ก็จะสั่งไม่ฟ้องพวกเขาแล้วระบบการตรวจสอบความยุติธรรมในประเทศนี้ก็ไม่มีเลย ดังนั้นวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะต้องส่งเสียงถึงกกต.”

นายยิ่งชีพ กล่าวต่อไปว่า ข้อเรียกร้องของเราชัดเจนคือ ต้องการให้ส่งคดีนี้ไปถึงมือศาลฎีกา ผู้ต้องหาทั้ง 229 คนต้องถูกสั่งฟ้องทั้งหมด ขณะนี้ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนกระทำความผิด ไม่ได้ตัดสินว่าใครผิดไปแล้ว แต่ต้องการให้องค์กรที่เป็นกลางเป็นผู้วินิจฉัย ต้องการองค์กรที่เป็นกลางได้เอกสารหลักฐานทั้งหมดในสำนวน แล้วต้องการให้องค์กรที่มีที่มาตามกฎหมายเป็นกลางเป็นผู้ตัดสินว่าใครจะผิดหรือไม่ผิด ต้องการให้กกต. ส่งฟ้องทั้ง 229 คนไปที่ศาลฎีกาในวันพรุ่งนี้ นี่คือข้อเรียกร้องของเรา

“และขอเชิญชวนประชาชนที่จะใช้ 24 ชั่วโมงสุดท้ายนี้ร่วมกันแสดงออกเป็นครั้งสุดท้าย วันนี้มีกิจกรรมหลายจังหวัดทั้งที่เชียงใหม่ ยะลา ปัตตานี ภูเก็ต พิษณุโลกส่วนที่กรุงเทพฯ มีกิจกรรมที่หอศิลป์กรุงเทพฯตั้งแต่ช่วง 16.00 น ถ้าผ่านวันนี้ไปแล้ว ถ้ากกต.ไม่สนใจเสียงของประชาชน ถ้า กกต. สั่งไม่ฟ้องคนที่เลือกพวกเขามาเราจะย้อนกลับมาวันนี้ไม่ได้อีกแล้ว ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันสุดท้ายแล้วเป็นวันสำคัญ จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกคนออกมาแสดงออก หากท่านไม่สามารถออกมาจากบ้านได้ก็สามารถที่จะใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย ในทางแสดงออก#สั่งฟ้องสว. เราต้องการทุกเสียงรวมพลังครั้งสำคัญครั้งสุดท้าย”

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเห็นอย่างไร หากพรุ่งนี้กกต.มีมติสั่งไม่ฟ้องบางส่วนและสั่งฟ้องบางส่วน นายยิ่งชีพ กล่าวว่า เรามีเอกสารหลักฐานการโกงในคดีนี้จำนวนมาก ถ้าสั่งไม่ฟ้องของคนไหน เราก็พร้อมเอาหลักฐานในส่วนของคนนั้นมาเปิดเผย ถ้าสั่งไม่ฟ้องทั้งหมดก็เปิดเผยทั้งหมด แต่ขอยืนยันว่านั่นไม่ใชสิ่งที่เราอยากทำ สิ่งที่เราอยากทำคือ อยากนอนเฉยๆ แล้วให้กกต.สั่งฟ้องไปทั้งหมดและนำเอกสารทั้งหมดไปนำเสนอตามกระบวนการของศาล เราไม่อยากเป็นคนเปิดเผยเองแต่ถ้าจำเป็น 3 ยุติคดีไปแล้ว เราไม่เหลืออะไรแล้วเราก็จำเป็นที่จะต้องนำข้อมูลออกมาเปิดเผย

” พรุ่งนี้จะมีการลงมติกี่โมงก็ได้ แต่ต้องเป็นพรุ่งนี้เพราะเลื่อนมาหลายรอบแล้ว จนเลยกำหนดเวลา เลยกรอบเวลาการทำงานของกกต.แล้ว ทั้งนี้ก็ยังไม่เห็นเหตุอะไรที่จะทำให้ลงมติในวันพรุ่งนี้ไม่ได้ ใครป่วยก็ไม่ต้องมา ไม่ต้องลงมติ ขาดลงมติก็ได้ไม่เป็นไร และพรุ่งนี้ตนไม่ได้ไปที่กกต. ไม่ได้จัดกิจกรรมที่กกต.เห็นข่าวเรื่องกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ตนไม่ได้จะไป.”


จากนั้น นายยิ่งชีพ ได้ถือซองเอกสารสีน้ำตาล เป็นสัญลักษณ์เขียนข้อความ “ความเห็นเลขา กกต.” พร้อมกลุ่มประชาชน เริ่มเดินทางโดยใช้ทางเท้าเดินไปตามถนนลาดพร้าว แล้วเดินข้ามสะพานลอย บริเวณแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว ซึ่งด้านบนมีการติดป้ายไว้ทั้ง 4 มุม ของสะพานลอย โดยมีคำว่า 14 กันยายน 2569 กกต.ต้องมีมติสั่งฟ้อง คดีโกงสว.229 รวมถึงในขบวนเดินเท้าและจักรฐานนั้น ยังมีธง เขียนตัวเลข 229

โดยกลุ่มประชาชนจะเดินทางไปตามถนนลาดพร้าวเข้าถนนพหลโยธิน แวะพักทำกิจกรรม บริเวณสะพานควาย และ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนสิ้นสุดปลายทางที่หอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร ซึ่งตลอดการเดินเท้ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากสน.ท้องที่ที่เดินผ่านคอยดูแลความเรียบร้อย.



