กรณีสุสาน JEWISH CEMETRY THAILAND ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 และพบร่างผู้เสียชีวิตภายในพื้นที่ 4 ร่าง โดยได้สั่งให้ตรวจสอบว่าสถานที่ดังกล่าวมีใบอนุญาตประกอบกิจการสุสานหรือฌาปนสถานตามกฎหมายหรือไม่ ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

‘พลพีร์’ ลุยสุสานยิวฉะเชิงเทรา สั่งเช็กปมสวมสิทธิถือครองที่ดิน-ใบอนุญาต

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เข้าสู่กำหนดเส้นตาย 2 วันที่ รมช.มหาดไทย สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและจัดทำข้อมูลให้ชัดเจน ภายหลังการลงพื้นที่ นายพลพีร์ ได้กำชับให้จังหวัดฉะเชิงเทราและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อมูลของร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ร่าง ทั้งการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล สัญชาติ วันเดินทางเข้าประเทศ ข้อมูลการแจ้งตาย และสาเหตุการเสียชีวิต รวมถึงตรวจสอบว่าแต่ละร่างถูกนำเข้ามาฝังในช่วงที่สถานที่ดังกล่าวมีใบอนุญาตหรือไม่

นอกจากนี้ยังสั่งให้ตรวจสอบประเด็นการขออนุญาตจัดตั้งสุสานในปี 2564 เปรียบเทียบกับการยื่นขอต่อใบอนุญาตในช่วงปลายปี 2566 ซึ่งจังหวัดมีมติไม่ต่อใบอนุญาต โดยต้องหาคำตอบให้ได้ว่าเหตุใดในปี 2564 จึงสามารถออกใบอนุญาตได้ ขณะที่ต่อมาไม่สามารถต่อใบอนุญาตได้ และสภาพพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือแตกต่างจากเดิมอย่างไร

ส่วนการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต นายพลพีร์กำชับให้ตรวจสอบข้อกฎหมายและกำหนดแนวทางให้ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าของหรือญาติจะดำเนินการเคลื่อนย้ายเอง รวมถึงต้องระบุสถานที่ที่จะนำร่างไปเก็บหรือฝังต่อ และต้องตรวจสอบว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตรับทราบและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการหรือไม่

ขณะเดียวกัน ยังมีการตรวจสอบข้อมูลสุสานชาวยิวบริเวณถนนเจริญกรุง กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีข้อมูลว่ามีหลุมฝังศพชาวอิสราเอลประมาณ 49 หลุม โดยให้ตรวจสอบสถานะใบอนุญาตและความถูกต้องของพื้นที่ควบคู่กันไป อีกประเด็นที่อยู่ระหว่างการขยายผล คือข้อมูลการถือครองที่ดินและความเชื่อมโยงทางธุรกิจของบริษัท กาน ชาบัด จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือครองที่ดินบริเวณสุสานในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจในจังหวัดชลบุรีและภูเก็ต รวมถึงประเด็นนอมินีและการกระทำผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ การดำเนินการในส่วนดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และยังไม่ควรสรุปว่ามีการกระทำความผิดจนกว่าการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จ

สำหรับวันนี้ (13 กันยายน) มีกำหนดประชุมผ่านระบบออนไลน์ในเวลา 16.00 น. เพื่อสรุปผลการตรวจสอบตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยประเด็นสำคัญที่จะต้องรายงาน ได้แก่ ผลตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ร่าง ข้อมูลการแจ้งตายและการพิสูจน์อัตลักษณ์ แนวทางการเคลื่อนย้ายร่าง สถานะใบอนุญาตของสุสาน รวมถึงข้อมูลสุสานและสถานที่ฌาปนกิจทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ผลการประชุมในวันนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดแนวทางดำเนินการต่อกรณีสุสานยิวในพื้นที่ ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า และการจัดระบบตรวจสอบสุสานและสถานที่ฌาปนกิจในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป