สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ว่าแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตันเปิดเผยว่า การโจมตีของอิหร่านเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ สร้างความเสียหายแก่เครื่องบินทหารสหรัฐหลายลำ ที่ฐานทัพอากาศมูวาฟฟัก ซัลตี ในจอร์แดน
การโจมตีดังกล่าวทำให้ปีกข้างหนึ่งของเครื่องบินโจมตี เอ-10 ธันเดอร์โบลต์ ทู หรือ “วอร์ธ็อก” ขณะที่เครื่องบินขับไล่ เอฟ-15 ราว 8 ลำได้รับความเสียหายเล็กน้อย และยังกลับมาใช้งานได้
กองทัพสหรัฐ ซึ่งมีขนาดใหญ่และได้รับงบประมาณมากที่สุดในโลก ได้รับความเสียหายด้านยุทโธปกรณ์อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเปิดฉาก เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ทั้งจากการโจมตีของอิหร่าน อุบัติเหตุ และการสูญเสียโดรนมากกว่า 20 ลำ
Iran’s ballistic missile attack on Muwaffaq Salti Air Base in Jordan last night damaged several American aircraft -CBS
— OSINTtechnical (@Osinttechnical) September 10, 2026
Roughly eight F-15s suffered light damage and one A-10 was severely damaged, losing a wing. pic.twitter.com/DQydfG4WYH
ทั้งนี้ รายงานของฝ่ายวิจัยสภาคองเกรสสหรัฐ ( ซีอาร์เอส ) เผยแพร่เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า เครื่องบินทหารสหรัฐได้รับความเสียหายหรือสูญหายแล้ว 42 ลำ จากความขัดแย้งดังกล่าว และนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น มีทหารอเมริกันเสียชีวิตแล้ว 18 นาย และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 800 นาย
การโจมตีฐานทัพสหรัฐในจอร์แดนเโดยอิหร่าน เกิดขึ้นหลังกองทัพสหรัฐทำลายเรือบรรทุกน้ำมันดิบของอิหร่าน 5 ลำ เพื่อตอบโต้การที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ( ไออาร์จีซี ) ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือรบกองทัพเรือสหรัฐ 2 ครั้งในช่วง 2 วันก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม กองทัพต้องยิงสกัดด้วยขีปนาวุธแพทริออตราว 30 ลูก ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปริมาณอาวุธสกัดกั้นที่เหลืออยู่ โดยศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ ( ซีเอสไอเอส ) ประเมินว่า สหรัฐใช้ขีปนาวุธแพทริออตไปแล้วราว 65% ระหว่างเดือนก.พ.-ก.ค.ที่ผ่านมา เหลือในคลังไม่ถึง 850 ลูก จาก 2,330 ลูกก่อนสงคราม.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



