เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แทนพระองค์เข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ วันที่ 9 ก.ย. 2569 ณ กรุงออสโล ราชอาณาจักรนอร์เวย์

โดยเวลา 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังหลวง กรุงออสโล พร้อมด้วยพระราชอาคันตุกะ ประมุขแห่งรัฐ พระบรมวงศานุวงศ์ และผู้แทนระดับสูงจากนานาประเทศ ซึ่งเดินทางมาร่วมถวายพระเกียรติและถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 ทั้งนี้ งานเลี้ยงรับรองมีขึ้นภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีพระบรมศพ ณ มหาวิหารออสโล โดยสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 แห่งนอร์เวย์ ทรงเป็นเจ้าภาพรับรองพระราชอาคันตุกะและแขกผู้มีเกียรติจากต่างประเทศ

ด้านนายอนุทิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่าร่วมงานพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำโดยกษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งราชอาณาจักรนอร์เวย์ King Haakon VIII ที่พระราชวังหลวงในกรุงออสโล ภายหลังพระราชพิธีฝังพระบรมศพของ King Harald V ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์มาร่วมในพระราชพิธีนี้

นอกจากนี้ยังโพสต์ข้อความเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมภาพว่า Attending the Royal Funeral Process of the late King Harald V of Norway provided a great opportunity for me to meet with several world leaders such as Presidents of Georgia, Latvia, Albania, Germany, Estonia, Hungary, Czech Republic, as well as Prime Ministers of France, Norway, Sweden and Morocco. Just to name a few.
Although our encounters were very brief, we made good use of this little time to exchange views on bilateral relations, cooperation, trade and investments and new opportunities that could benefit Thailand and their respective countries together

โดยแปลเป็นภาษาไทยว่า การได้เข้าร่วมในพระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้พบปะกับผู้นำระดับโลกหลายท่าน อาทิ ประธานาธิบดีจากจอร์เจีย ลัตเวีย แอลเบเนีย เยอรมนี เอสโตเนีย ฮังการี และสาธารณรัฐเช็ก รวมถึงนายกรัฐมนตรีจากฝรั่งเศส นอร์เวย์ สวีเดน และโมร็อกโก เป็นต้น
แม้จะเป็นการพบปะหารือในช่วงเวลาสั้นๆ แต่เราก็ได้ใช้เวลาดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี ความร่วมมือด้านต่างๆ การค้าและการลงทุน ตลอดจนโอกาสใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศไทยและประเทศของผู้นำเหล่านั้น.



