เมื่อเวลา 20.25 น. วันที่ 9 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 เข้าสู่การพิจารณามาตรา 24 งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานในกำกับ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายขอแปรญัตติว่า จากการฟังอภิปรายตลอด 3 วัน พบว่าการจัดซื้อครุภัณฑ์แทบทุกกระทรวงมีราคาแพงเกินจริง วันนี้ตนขอพุ่งเป้าไปที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่มีการล็อกสเปกครุภัณฑ์ให้บริษัทเอกชนบางราย แม้บางรายการมีมูลค่าไม่มากแต่มีจำนวนหลายรายการ และเป็นอุปกรณ์ทางช่างที่ตรวจสอบได้ยาก

“สิ่งที่ผมรับไม่ได้ คือ การที่ผู้มีอำนาจและอิทธิพลใน สอศ. มาหาผลประโยชน์กับการศึกษาของลูกหลาน ขบวนการล็อกสเปกนี้ซุกซ่อนอยู่ในเนื้อในของเอกสารที่ผ่านชั้นกรรมาธิการมาแล้ว ผมไปเช็กข้อมูลมาพบรหัส ‘M50’ ให้ไปตรวจสอบกันเองว่าในอาชีวศึกษาใครคือ M50 เพราะมีข้อมูลว่าหากจะขึ้นเป็นใหญ่ต้องจ่ายถึง 50 ล้านบาท และเมื่อได้ตำแหน่งแล้ว ยังพร้อมจ่ายอีกปีละ 70 ล้านบาทเพื่อรักษาเก้าอี้” นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับวงการศึกษาไทย จึงขอฝากถึง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เร่งจัดการกับ ‘M50’ โดยเร็ว พร้อมกันนี้ตนขอตัดลดงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาลง 10%