เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 ก.ย. ที่รัฐสภา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ขอเลื่อนการให้ปากคำ เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมาในฐานะพยาน ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ครั้งที่ 2 ในคดีตรวจสอบการถือหุ้นบริษัทเอกชน ในฐานะเป็นกรรมการถือหุ้นบริษัทเอกชนซึ่งถูกมองว่าเป็นนอมินีร่วมกับชาวต่างชาติ  ว่า  การเชิญครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา นายสมชาติแจ้งว่าไม่ได้รับหมายในระบบไปรษณีย์ ต่อมาครั้งที่ 2 นัดวันที่ 7 ก.ย. มีการแจ้งเลื่อน และขอเข้าพบในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งดีเอสไอมองว่าเป็นระยะเวลาที่นาน ทางพนักงานสอบสวนจึงนัดอีกครั้งในวันที่ 14 ก.ย. ถือเป็นการเรียกครั้งที่ 3 เพราะต้องเร่งดำเนินการนิดหนึ่ง เนื่องจากในพื้นที่ได้รายงานมาว่า ขณะนี้มีการปิดบริษัทแล้วหลายบริษัท และมีการนำที่ดินออกไปขายในราคาผิดปกติไม่สมจริง ซึ่งต่ำกว่าราคาจริงอย่างมาก และเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนพบว่ามีที่ดินอีกหลายแปลงในภาคอีสาน จึงอยากให้นายสมชาติรีบเข้ามาชี้แจง เพราะถ้าหากไม่มาจะมีเรื่องของข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)กรมสอบสวนคดีพิเศษ มาตรา 24 ในเรื่องของการขัดหมายเรียก

เมื่อถามว่า หากครั้งที่ 3 ยังไม่มาจะต้องออกหมายจับหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า มีเหตุผลที่พนักงานสอบสวนจะดำเนินการ ในมาตรา 24

เมื่อถามต่อว่า เนื่องจากยังอยู่ในสมัยประชุมสภา สส.สามารถอ้างติดภารกิจ แล้วไม่มาตามหมายเรียกได้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เป็นการเรียกเข้ามาชี้แจงในสถานะพยาน ซึ่งตนคิดว่าไม่เสียหายอะไร หากมีการขาดเหลือเรื่องเอกสารอะไรก็สามารถนำเข้ามาเพิ่มเติมได้ ถือว่าเป็นกระบวนการยุติธรรมที่สุด

เมื่อถามย้ำว่า กรณีการขายที่ดินแล้วปิดบริษัทบ่งบอกพฤติกรรมความผิดอะไร ได้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า โดยปกติทั่วไปการขายลักษณะนี้ เช่น การปิดบริษัทหลายบริษัท และขายที่ดินราคาต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก บ่งบอกว่าเป็นการสละการครอบครอง ส่วนรายละเอียดในคดีต้องมาดูกันอีกที

เมื่อถามว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าความผิดสำเร็จแล้วหรือยัง พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ในเรื่องต่างๆเป็นของนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งทางดีเอสไอเก็บรายละเอียดมาหมดแล้ว หนังสือสัญญา หรือเอกสารต่างๆถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลง ก็เก็บรายละเอียดไว้หมดแล้ว