การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2026-27 เพิ่งผ่านไปได้แค่นัด 2 นัด เรียกว่าเส้นทางยังยาวไกลสุดๆ เพราะหากเทียบเป็นการวิ่งมาราธอน 38 กิโลเมตร นี่ก็เพิ่งแค่ 2 กิโลเมตรแรก

ว่ากันว่าจุดพลิกผันยังเกิดขึ้นได้อีกมาก กับอีก 36 กิโลเมตรให้ฝ่าฟัน

อย่างไรก็ตามบางที “เกมตัดสินแชมป์” อาจมาเร็วกว่าที่คิดหรือไม่?

“ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ในฐานะแชมป์เก่า ถูกบรรดากูรูรวมถึงร้านรับพนันถูกกฎหมายฟันธงแต่ไก่โห่ว่าจะป้องกันแชมป์ได้อีกครั้ง

ก่อนจะไปดูเหตุผลว่าทำไมอาร์เซนอลถึงเป็นเต็งจ๋า ก็ต้องวิเคราะห์คู่แข่งขัน

แมนเชสเตอร์ ซิตี ซื้อผู้เล่นใหม่เข้ามาไม่น้อย แต่นักเตะคนสำคัญก็หายไปหลายรายเช่นกัน และปัจจัยสำคัญที่สุดเป็นการที่ เปป กวาร์ดิโอลา ยอดกุนซือชาวสเปน ไม่ได้นั่งบัญชาเกมอยู่ที่ข้างสนามออกไป ไม่ใช่ว่า เอนโซ มาเรสกา ไม่มีฝีมือ แต่มองกันว่าเร็วเกินไปที่จะคว้าแชมป์

ลิเวอร์พูล ก็เช่นกัน สโมสรมีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมมาใช้บริการ อันโดนี อิราโลา นั่นทำให้นักวิเคราะห์มองกันว่า อิราโอลา ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักในการตั้งหลัก ผลงานออกสตาร์ต 2 นัดแรกที่ยังไร้ชัยเป็นหลักฐานอย่างดีกว่า ทีมชุดนี้ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ต่างกัน ไมเคิล คาร์ริค ทำผลงานได้น่าประทับใจเมื่อฤดูกาลที่แล้วก็จริง แต่แทบไม่มีใครมั่นใจว่า คาร์ริค จะพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ยิ่งการเสริมทัพในตลาดซัมเมอร์นี้ ก็ไม่ได้ทุ่มจัดหนักสร้างความฮือฮาเหมือนปีก่อน

กลับมาที่ อาร์เซนอล ตลาดรอบนี้การเสริมทัพอาจไม่โดนใจแฟนๆ “กูนเนอร์ส” แบบเต็มร้อย เพราะแม้ว่าจะซื้อทั้ง บรูโน กีมาไรส์ และ เอซรี คอนซา เข้ามาเสริม แต่ มิเกล อาร์เตตา กลับพลาดเป้าหมายที่เป็นความสำคัญอันดับแรก นั่นคือ กองหน้าปีกซ้าย หลังเคยสนใจทั้ง มอร์แกน โรเจอร์ส, วินิซิอุส จูเนียร์ และ ฮูเลียน อัลวาเรซ แต่สุดท้ายแห้วเรียบ

อย่างไรก็ดีขุมกำลังเชิงลึกที่มีอยู่ก็ยังคงยอดเยี่ยม ตัวหลักอยู่กันเกือบครบ ยกเว้นแค่ เลอันโดร ทรอสซาร์ และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี ที่เก็บกระเป๋าย้ายออกไป ในขณะที่ผู้จัดการทีมก็คนเดิม ประสบการณ์คว้าถ้วยแชมป์ก็ปลดล็อคได้สำเร็จแล้ว มันจึงเป็นเหตุผลที่ถูกมองว่า อาร์เซนอล จะเข้าป้ายอันดับ 1 ได้อีกครั้ง

แกรี เนวิลล์ อดีตกองหลังแมนฯ ยูไนเต็ด แสดงความเห็นว่า อาร์เซนอล น่าจะคว้าแชมป์ แต่ผู้ท้าชิงที่อาจเป็นม้ามืดก็คือ เชลซี

เนวิลล์ ให้เหตุผลว่า ชาบี อลอนโซ เป็นกุนซือที่ยอดเยี่ยม ผลงาน 2 นัดแรกก็แสดงให้เห็น ตำแหน่งผู้รักษาประตู โรเบิร์ต ซานเชซ แสดงถึงการเป็นตัวปัญหา ก็ไม่รอช้ารีบไปคว้า เอมี มาร์ติเนซ นายทวารแชมป์โลกมาแก้ เกมรุกยิ่งไม่ห่วง 3 ประสาน มอร์แกน โรเจอร์ส, ชูเอา เปโดร และ โคล พาลเมอร์ เปิดหัวได้อย่างเร้าใจสุดๆ

นอกจากนี้ เชลซี ยังไม่ได้เล่นถ้วยยุโรป ยิ่งทำให้สามารถตั้งสมาธิเต็มที่การไล่ล่าแชมป์ลีก

ดังนั้นหากมันจะพอมีทีมไหนที่ดูเป็นคู่ต่อกรที่สมน้ำสมเนื้อ เนวิลล์ เชื่อว่า เชลซี นั้นคู่ควรทุกประการ

เหตุนี้เอง การศึกสงครามแข้งที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ในคืนวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. นี้ เวลา 22.30 น. ตามเวลาไทย ถ้าจะบอกว่าเร็วเกินไปสำหรับการตัดสินแชมป์นั่นก็ใช่ แต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด

เพราะถ้าผลมันจบที่ อาร์เซนอล เก็บ 3 คะแนน ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงสถานะตัวเต็ง และยิ่งสร้างความมั่นใจ รักษาโมเมนตั้ม ตรงกันข้าม หากมันจบด้วยชัยชนะของผู้มาเยือน มันก็อาจส่งผลต่อความมั่นใจของแชมป์เก่า และหนุนเสริมผู้ท้าชิงให้มั่นใจอีกหลายเท่าว่าปีนี้อาจเป็นทีของพวกเขา

อาร์เซนอล ชนะ 2 นัดแรกโดยไม่เสียประตูเลย พวกเขาอาศัยเกมรับและการเล่นที่มีระเบียบวินัยบุกสยบ แอสตัน วิลลา 1-0 ในเกมล่าสุด ต่อจากนัดแรกที่ถล่ม โคเวนทรี 3-0

ด้าน เชลซี ก็ชนะรวดเช่นกัน พวกเขาเดินหน้าสู่เกมดาร์บี้ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม หลังคว้าชัยชนะเหนือไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน 4-3 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน แต่ขณะเดียวกัน อลอนโซ ก็ทราบดีกว่าลูกทีมต้องมีเกมรับที่ดีกว่านี้

ในอดีต การดวลเกือกระหว่างสองทีมยักษ์ใหญ่แห่งลอนดอน มักเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด รวดเร็ว และไม่มีที่ว่างให้ผิดพลาดเลย การเพรสซิ่งอย่างเป็นระบบและการควบคุมเกมจากแดนกลางของอาร์เซนอล นำโดย เดแคลน ไรซ์และมาร์ติน โอเดการ์ด จะเป็นบททดสอบแนวรุกของเชลซี รับประกันถึงความเข้มข้นของแท็กติกชั้นยอดจากทั้งสองฝ่ายตั้งแต่เริ่มเกม

ความพร้อมของเจ้าบ้านใช้ระบบ 4-2-3-1 มิเกล อาร์เตตา จะไม่มี เยอร์เรียน ทิมเบอร์ และ วิลเลียม ซาลิบา ต่างก็บาดเจ็บอยู่ก่อน คาดว่า เอซรี คอนซา อาจได้ประเดิมตัวจริงนัดแรกคู่กับ กาเบรียล มากัลเญส แดนกลาง เดแคลน ไรซ์, บรูโน กีมาไรส์, มาร์ติน โอเดการ์ด ส่วนแนวรุก เอเบเรชี เอเซ, บูกาโย ซากา และ ไค ฮาแวร์ตซ์

ขณะที่ เชลซี ภายใต้การนำของ ชาบี อลอนโซ ใช้ระบบ 3-4-2-1 มีรายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บมากกว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, มาร์โก ปาลเอสตรา และ โมเซส ไกเซโด ต่างก็บาดเจ็บ แต่รายของ ไกเซโด ยังมีลุ้นผ่านความฟิต แต่ เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ ก็ย้ายออกไปแล้ว

สถิติการการพบกันครั้งล่าสุดระหว่างสองสโมสรนี้จบลงด้วยชัยชนะ 2-1 ของอาร์เซนอล ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดียม ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2026 ก่อนหน้านั้น อาร์เซนอล เอาชนะ 1-0 ที่สนามเอมิเรตส์ ในศึกคาราบาวคัพ เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2026 และจากการพบกัน 5 ครั้งล่าสุดในทุกรายการ อาร์เซนอลชนะ 4 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง เชลซีไม่เคยชนะเลย

ก่อนเกมนี้ ปีเตอร์ เคราช์ อดีตกองหน้าหุ่นเสาโทรเลขฟันธงแล้วว่า สกอร์จะจบลงที่ 3-2 โดยผู้ที่ได้รับการชูมือจะเป็น “เชลซี”

คอยดูกันว่าจะเป็นจริงหรือไม่.

เกร็ดสถิติเจอกัน

อาร์เซนอล ไม่แพ้ เชลซี เลยในพรีเมียร์ลีก 9 นัดหลังสุด (ชนะ 6 เสมอ 3) ซึ่งเป็นสถิติดีสุดนับแต่เคยทำไว้ 19 นัด ระหว่างปี 1995-2005

เชลซี แพ้ 4 เกมหลังสุดที่ไปเยือนอาร์เซนอลในพรีเมียร์ลีก ประตูรวม 11-2 โดยชัยชนะหนสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 2021 ที่ชนะ 2-0

อาร์เซนอล แพ้แค่ 1 จาก 29 เกมลอนดอน ดาร์บี ในพรีเมียร์ลีก (ชนะ 22 เสมอ 6)

เชลซี ชนะ 3 เกมรวดทุกรายการในซีซั่นนี้ โดยครั้งสุดท้ายที่ออกสตาร์ตซีซันชนะ 4 นัดรวดคือฤดูกาล 2016-17

อาร์เซนอล ต้องการชนะ 3 นัดรวด แต่นั่นเพิ่งเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวใน 21 ฤดูกาลหลังสุดนั่นคือในฤดูกาล 2022-23

ภาพ Reuters