วิวาทะเรื่องคำหยาบในสภาก็ยังไม่จบ การที่ “สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พาดพิงถึงรัฐบาลว่า มีใครใน กกต. เป็นบุพการี ถึงต้องปกป้อง (ให้เลื่อนวาระพิจารณารายงานประจำปี พ.ศ. 2567-2568 ของ กกต. ออกไป และเอาวาระเรื่องใต้มาแทน) และ “บังซุป” ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โต้แรงไปแล้ว โดยโพสต์คำหยาบลอยๆ baseborn bastard

สส.ไอซ์ โพสต์ว่า มาตรฐานทางจริยธรรมแบบเป็นหย่อมๆ สส.ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อุทาน ทุเรศชิบหาย‘ เพราะถูกปิดไมค์ ในการอภิปราย พ.ร.บ.อากาศสะอาด โดนด่ามารยาททราม กิริยาไม่เหมาะสม (หมายเหตุประธานเปิ้ล” มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ประธานในที่ประชุมขณะนั้นชี้แจงแล้วว่า เป็นการปิดไมค์เพราะหมดเวลาอภิปรายที่กำหนดไว้คนละห้านาที) สส.ศุภชัย พรรคภูมิใจไทย สลิ้งแตก เพราะโดนแหกเรื่องปกป้อง กกต. ไม่ให้ถูกอภิปรายในสภา จนออกนอกหน้า คุมสติไม่อยู่โพสต์ด่า ถ้าแปลหยาบๆ ก็ ‘อีลูกกะ- ชั้นต่ำ’ ไม่โดนวิจารณ์เรื่องมารยาทต่ำทรามใดๆ”

สส.ไอซ์ ได้แปะลิงก์อินฟลูเอนเซอร์วิเคราะห์การเมืองหลายรายที่ออกมาโจมตีการทำหน้าที่ในสภาของพรรคประชาชน โดยไม่วิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของรัฐบาล ในช่องคอมเมนต์ พร้อมโพสต์ข้อความ “รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเอาความเดือดร้อน เอาชีวิตที่ต้องเสี่ยงภัยของคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาเป็นข้ออ้างบังหน้า เพื่อปกป้อง กกต. ไม่ให้ถูกอภิปรายในสภา เพราะรายงาน กกต. ปี 67 เป็นปีที่มีการโกง สว. ก็ไม่เห็นคนกลุ่มนี้ออกมาพูดอะไรสักแอะ อมอะไรกันอยู่”

บังซุป โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “มุสาวาทาเป็นทางแห่งอกุศล หากประกอบด้วยเจตนาร้ายและก่อความเสียหายหนัก ย่อมมีวิบากหนัก และสามารถเป็นเหตุให้นำไปสู่อบายภูมิได้” สส.ไอซ์ สวนหมัดกลับ แชร์โพสต์เฟซบุ๊กของนายศุภชัย พร้อมข้อความระบุว่า “งั้น สส.พรรคภูมิใจไทย คงได้ลงนรกขุมที่ลึกที่สุดกันทั้งพรรค ยกพรรคออกมาพูดว่าไม่มีฮั้วไม่มีโกง สว. ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ เมื่อวันก่อนยังเอาความเดือดร้อนของคนสามจังหวัดมาบังหน้า เพื่อปกป้องไม่ให้ กกต. ถูกอภิปราย ดึงเวลาสภาแล้วก็ปิดประชุม ไม่ละอายต่อสิ่งที่กระทำต่อประเทศชาติประชาชน ยังกล้าอ้าปากพูดเรื่องธรรมะ มือถือสาก!” ต่อมา นายศุภชัย ได้ลบโพสต์

ก็ไม่รู้ว่า จะแรงใส่กันไปถึงขั้นไหน อันนี้แล้วแต่ “ผู้ทรงเกียรติ” แต่ละฝ่ายจะพิจารณา

ที่ จ.อ่างทอง “สส.แชมป์”กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีความพร้อมในการรับมือการอภิปรายงบประมาณ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7-9 ก.ย. ว่า คิดว่าจะผ่านด้วยดี ไม่น่าจะมีประเด็นอะไร เพราะ กมธ.วิสามัญพิจารณาแต่ละมาตรามาอย่างรอบคอบถี่ถ้วนแล้ว

“ส่วนที่พรรคประชาชน กล่าวหาพรรคภูมิใจไทย ว่าปิดปากไม่ให้อภิปราย กกต. ซึ่งจะโยงเรื่องฮั้ว สว. ขอชี้แจงว่า เราไม่ได้ไปปิดปากและมีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปทำแบบนั้นเลย เหตุผลที่เลือกเอาเหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ขึ้นมาก็เพราะมันเป็นความเดือดร้อน และมันเป็นเรื่องที่ค้างไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจริง ๆ เราก็คิดว่าจะเอามาพิจารณา แล้วเรื่องของ กกต. มันไม่ได้หลบได้หนีไปไหน มันอยู่ในระเบียบวาระอยู่แล้ว  ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีเหตุจำเป็นอะไรที่จะต้องไปหลบอะไร มันเป็นการอภิปรายผลการดำเนินงานของ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับพรรค”

ประเด็นหนึ่งที่ต้องรีบชิงปิดประชุม เพราะ “ประธานตุ๋ง” โสภณ ซารัมย์ บอกว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ได้นั่งควบคุมการประชุมถึง 3 ชั่วโมงแล้ว แต่ไม่มีประธานคนอื่นมาแทน เพราะรองอีกสองคนลา นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาคนที่ 2 กล่าวว่า วันที่ 3 ก.ย. ตนและ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ต้องเข้าร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ซึ่งเป็นกำหนดล่วงหน้าตั้งแต่เดือนก่อน หากทราบล่วงหน้าว่าจะพิจารณาเรื่องไฟใต้พร้อมกับพิจารณารายงานของ กกต. ในวันเดียวกัน ก็จะจัดสรรเวลาให้สามารถกลับมาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้  ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นเรื่องที่เตรียมการไว้ก่อน ไม่ได้เป็นเกมการเมืองอะไรทั้งสิ้น หากวันไหนที่รู้ว่าก่อนการประชุมจะพิจารณาลากยาวตนพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว”

วันที่ 5 ก.ย. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ต.ท่านัด อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ทรงเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทรงวางศิลาฤกษ์ อาคารฉลองสตวัสส์ และอาคารพิพรรธน์ศตพรรษ์ ในโครงการก่อสร้างอาคารตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ และอาคารฟื้นฟูสภาพ โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส “นายกฯ หนู” ให้สัมภาษณ์ตอบผู้สื่อข่าวที่ถามว่า หากฝ่ายค้านเอาเวทีอภิปรายงบประมาณปี 70 มาอภิปรายไม่ไว้วางใจแทน จะทำอย่างไร นายกฯ ตอบว่า “สส.มีเอกสิทธิ์อยู่แล้ว จะพูดหรืออภิปรายอะไร ก็อยู่ที่หัวข้อ และการกำกับดูแลของประธานสภาผู้แทนราษฎร”

พร้อมยืนยันไม่ได้ดึงเกมเอาเรื่องใต้มาแทนรายงาน กกต. เพราะกลัวถูกพาดพิงคดีฮั้ว สว. ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความพยายามโยงคดีฮั้ว สว. กับพรรคภูมิใจไทย มีหน่วยงานไหนมาสอบถามหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่รู้ ไม่มี ไม่ทราบ รัฐบาลไม่เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ไม่มีส่วนไหนที่รัฐบาลชุดนี้เกี่ยวข้อง เพราะรัฐบาลนี้เข้าปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 ส่วนรัฐบาลอนุทิน 1 ก็ปฏิบัติหน้าที่วันที่ 1 ต.ค. 2568 แต่มีการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ดังนั้นรัฐบาลของตนทั้งสองชุด มาหลังการเลือก สว. ประมาณ 1 ปี 3 เดือน ยืนยันว่าไม่รู้เรื่อง  

เมื่อถามย้ำว่า มองว่าเป็นปั่นกระแสของฝ่ายค้านหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนทำหน้าที่ตัวเอง จะไปห้ามคนกล่าวหาไม่ได้ ฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ รัฐบาลก็ต้องชี้แจง ถ้าชี้แจงตรงไหนไม่ได้ก็เสร็จ แค่นั้นเอง ที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้เข้าสภา ตนก็เข้าไปอยู่เนืองๆ แต่วันที่ 7-9 ก.ย. นี้ ไม่ได้อยู่สภา เพราะได้รับพระบรมราชโองการให้เป็นผู้แทนพระองค์ไปถวายความเคารพพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ เสด็จสวรรคต กว่าจะกลับวันที่ 11 ก.ย. เรื่องหน้าที่นิติบัญญัติถ้าตนไม่ติดภารกิจบริหารราชการแผ่นดิน ก็ไปจ่อมอยู่ที่สภาตลอดเวลา

นายกฯ หนู กล่าวถึงการเลื่อนเชิญ ครม. รับประทานอาหารเย็นที่บ้านพักส่วนตัวในวันที่ 6 ก.ย. นี้ ว่า ติดภารกิจเดินทางไปนอร์เวย์ ต้องเลื่อนไปก่อน เพราะจะต้องออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย. นี้ จะไปนัดช่วงไหนอีกทียังไม่กำหนด   

กรณี “สส.ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) วิจารณ์กรณีรัฐบาลจัดรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” เพราะความนิยมลด “สส.มุ่ง” อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย โต้ว่า ฝ่ายค้านเองก็ความเชื่อมั่นลดลงเช่นกัน เพราะการทำงานในลักษณะค้านทุกเรื่อง ทำให้ประชาชนมองการเมืองในแง่ลบ และเบื่อหน่ายการเมือง ฝ่ายค้านควรทำการเมืองสร้างสรรค์ มากกว่าการมุ่งผลเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือล้มรัฐบาล

“สส.แด๊ก” ธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โต้ว่า ยิ่งนานวันพรรคประชาชนก็ยิ่งทำตัวงอแงเหมือนเด็กขึ้นทุกวันเมื่อก่อนรัฐบาลไม่ได้จัดรายการอะไรก็บอกว่ารัฐบาลไม่เคยสื่อสารอะไรกับประชาชน พอรัฐบาลจะจัดรายการ ก็ว่าเพราะคะแนนนิยมตกต่ำ รัฐบาลเน้นทำงานเป็นหลัก จึงไม่เคยมาเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องว่าคะแนนนิยมจะตกต่ำเพราะถูกฝ่ายค้านเสียดสี สาดโคลนหรือไม่ เพียงแต่ในระยะหลังฝ่ายค้านเริ่มเลอะเทอะ ให้ข้อเท็จจริงกับประชาชนไม่ครบถ้วน รัฐบาลจึงต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบ เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน

หลังจากที่ศาลปกครอง ออกเอกสารข่าว เตือนสำนักงาน กสทช. กรณีออกเอกสารข่าวที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง คดี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. ว่าคำสั่งปลด นพ.สรณ ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ทางสำนักงาน กสทช. ได้ออกเอกสารขออภัย ระบุว่า สำนักงาน กสทช. ขออภัยในความคลาดเคลื่อนและขอแก้ไขข่าว ว่า การพิจารณาคดีของศาลปกครองสูงสุด ยังไม่ได้มีการวินิจฉัยว่าคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีอำนาจหรือไม่มีอำนาจแต่อย่างใด สำนักงาน กสทช. น้อมรับคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด และยืนยันการยึดหลักปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้ความเป็นธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นแนวทางที่ตรงกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

เลขาธิการ ครม. ได้แจ้งเวียนเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อเวียนย้ำหนังสือแนวปฏิบัติปี 2564 และ ปี 2561 ซึ่งหากกระบวนการยุติธรรมยังไม่สิ้นสุด หรือมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายตามที่ยังไม่ถึงที่สิ้นสุดกระบวนการ ไม่ควรดำเนินการใดๆ ที่จะกระทบต่อการทำงานของบุคคลนั้น รวมถึงทุกเรื่องที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งหากกระบวนการยังไม่ถึงที่สิ้นสุดก็ย่อมไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ก็น่าสนใจว่า “การให้ความเป็นธรรมกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ” นั้น เจ้าหน้าที่คือใคร และถ้ากรรมการ กสทช. อีก 6 คน พร้อมใจกันประชุม สะสางวาระค้างคา นพ.สรณ จะมีท่าทีอย่างไร.