เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการตรวจพบความเคลื่อนไหวทางทหารตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณเส้นทางเลียบชายแดน K58 ใกล้พื้นที่ปราสาทตาควายและเนิน 350 โดยฝ่ายกัมพูชานำรถถังประมาณ 10 คัน มาจอดซ่อนพรางและคลุมผ้าอำพรางไว้ ห่างจากแนวปฏิบัติการของฝ่ายไทยราว 3-4 กิโลเมตร รวมทั้งมีข่าวว่า จีนเทา ทุ่มทุนสนับนุนทหารกัมพูชา สร้างบังเกอร์ที่มีความหนาพิเศษป้องกันการทิ้งระเบิดของเครื่องบินรบไทย ทั้งที่ชายแดนช่องจอม และอีกหลายจุดตลอดแนวชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ นั้น

กระแสข่าวดังกล่าว กลับไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนคนชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยังคงพบว่ามีการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพกันตามปกติ โดยเฉพาะบริเวณตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง ที่คนไทยในพื้นที่ยังคงเปิดร้านค้าขายกันตามปกติ แม้จะได้รับผลกระทบจากการสู้รบมากกว่า 1 ปี ที่ทำให้ตลาดชายแดนซบเซา

อย่างไรก็ตาม บรรดาพ่อค้าแม่ค้าก็พยายามหาสินค้ามาวางขายและพากันเปิดร้านให้มากขึ้น เพื่อสร้างกระแสให้คนไทยกลับมาช่วยคนไทยซื้อขายกันให้มีความคึกคักมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะร้องเท้ามือสอง ที่พ่อค้าได้นำมาเทกระจาดขายในราคาถูก ซึ่งก็พบว่าช่วงนี้เริ่มมีประชาชนแวะเวียนเข้ามาเที่ยวซื้อสินค้ามากขึ้นบ้าง โดยพ่อค้าเตรียมเทกระจาดของลอตใหญ่วันเสาร์-อาทิตย์ ในราคาพิเศษอีกด้วย

ด้าน นายธานินทร์ อ่อนศิริ พ่อค้าขายร้องเท้ามือสอง กล่าวว่า ช่วงนี้ตลาดช่องจอมเริ่มคึกคักมากขึ้น อยากเชิญชวนพ่อค้าแม่ขาย มาช่วยกันค้าขายและชวนนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวตลาดช่องจอมให้มีความคึกครื้น เศรษฐกิจในพื้นที่จะได้ดีขึ้น ลำบากขายของไม่ได้กว่า 1 ปีแล้วตั้งแต่สู้รบ พรุ่งนี้วันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะเทกระจาดรองเท้าแบรนด์เนมมือสองในราคาพิเศษ อยากให้คนไทยมาช่วยซื้อขอคนไทยด้วยกัน

ส่วนกระแสข่าวชายแดนต่างๆ ก็อยากให้เชื่อมั่นฝ่ายความมั่นคง ตอนนี้ยังปลอดภัยมาเที่ยวได้ ส่วนข่าวที่มีรถถังของเขมรมาตั้งประชิดชายแดน ก็เป็นเรื่องของทางทหารที่เขาสามารถเสริมกำลังได้ เราก็เสริมได้ แต่การทำมาหากิน เพื่อปากท้อง พวกเราก็ต้องทำมาหากินกันต่อไป ถ้าจะปะทะจริงๆก็ต้องรอคำสั่งของทหารอย่างเดียว เชื่อมั่นในทหาร ซึ่งจะมีข้อความแจ้งเตือนในมือถือ ตอนนี้ดำเนินชีวิตได้สบายไม่ต้องวิตกกังวลใดๆ คนชายแดนไม่วิตก แต่อยากให้นักท่องเที่ยวมั่นใจมาเที่ยวซื้อสินค้าที่ตลาดช่องจอม เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคักเหมือนเดิม.