น่าตกใจมาก เมื่อ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย  ผบช.ก. เปิดเผยบัญชีเงินฝาก มูลนิธิองค์กรทำดี ของอดีตนางสาวไทย บุ๋ม น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ตั้งแต่ปี 2562-2569 มีเงินหมุนเวียนแตะ 100-1,000 ล้านบาท โอ มายก็อด พันล้านบาท อะไรจะมากมายขนาดนี้

ล่าสุด อังคาร 3 พ.ย. บุ๋มได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ สามี ก๊อต–อธิป อนันทวรรณ และช่างเอ๋ ฐานร่วมกันฉ้อโกงเงินมูลนิธิองค์กรทำดีกว่า 50 ล้าน แต่เรื่องไม่ยุติง่าย ๆเพียงแค่นี้

ตอนนี้ยังไม่รู้ตัวเลขจริง ๆ ที่สามีบุ๋ม “ไซฟ่อน” เงินจากมูลนิธิฯ ไปเข้าบัญชีส่วนตัว เท่าไหร่แน่ แค่ช่างเอ๋ ผู้รับเหมาสร้างพูลวิลล่าขายที่ภูเก็ตเจ้าเดียว เงินจากมูลนิธิองค์กรทำดีกว่า 45 ล้าน ซิกแซ็กเข้าบัญชีส่วนตัวนายอธิป 20 ล้านแล้ว ต่อมา ช่างเอ็ม ผู้รับเหมาโครงการมูลนิธิคลอง 8 แฉอีก โอนเงินมูลนิธิเข้าบัญชีส่วนตัวนายอธิป 6 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านรวม 12 ล้าน ที่ยังไม่เปิดเผย ไม่รู้อีกกี่สิบกี่ร้อยล้าน เส้นเงินคงออกมาเรื่อย ๆ หลังจากนี้

แม้นายอธิปจะโทรฯ มาสารภาพกลางรายการ “โหนกระแส” ว่า การสร้างพูลวิลล่า 8 หลังที่ภูเก็ต บุ๋มไม่รู้เรื่อง ส่วนการก่อสร้างมูลนิธิฯ ที่คลอง 8 (มูลค่า 50 ล้าน มีศาลเจ้าเสามังกรเอาความสูงนายอธิปคูณ 5) เพราะบุ๋มงานยุ่งมุ่งช่วยผู้ประสบภัยตนจึงดูแลให้ทั้งหมด เงินที่โอนจากองค์กรทำดีไปพูลวิลล่า ก็หลอกภรรยา ว่าเป็นค่าก่อสร้างมูลนิธิฯ คลอง 8

ขณะบุ๋มโทรฯ เข้ารายการเดียวกัน ยืนกรานเสียงแข็งไม่รู้ไม่เห็นกับการกระทำของสามี แต่เมื่อถูกถามว่านายอธิปมีตำแหน่งอะไรในมูลนิธิฯ คำตอบคือ ไม่มี แค่ให้มาช่วยดูแลการก่อสร้างมูลนิธิฯ เงินเยอะขนาดนี้ มี 2 บัญชีก็ยุ่งแล้ว ยังให้สามี (ที่รู้ว่ามีก๊ก) มายุ่งอีก ไม่เละตุ้มเป๊ะได้ไง เธอจะรอดข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินหรือไม่ ที่สุดต้องไปในศาล

แต่ที่แน่ ๆ ความน่าเชื่อถือศรัทธาที่มีต่อมูลนิธิองค์กรทำดีและต่อตัวของ บุ๋ม–ปนัดดา น่าจะกู้คืนได้ยากยิ่ง?!?

ก็นะ เรื่องฉาวโฉ่ที่เกิดกับ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ก็แค่น้ำแข็งบนยอดภูเขา ก่อนหน้านี้ มูลนิธิ กัน จอมพลัง ก็ถููก กล่าวหาเรื่องการใช้เงินและพัวพันเงินเทา มูลนิธิทนายอัจฉริยะ ก็เพิ่งถูกตำรวจจับเข้าคุก กล่าวหาเอาเงินไปเล่นการพนัน หรือ มูลนิธิพระอลงกตช่วยผู้ป่วยเอดส์ ที่สุดไม่พ้นทุจริตเป็นพันล้าน จนถูกศาลสั่งจำคุกหลายร้อยปี!!!

ทำไม เราอุดมไปด้วย “นักบุญทุนคนอื่น” มากกว่าประเทศอื่นที่ส่วนใหญ่มหาเศรษฐีเค้าใช้เงินตัวเองตั้งมูลนิธิ ไม่ได้รับบริจาคเงินเป็นบ้าเป็นหลังอย่างเรา ก็เพราะรัฐบกพร่องในการทำหน้าที่ดูแลประชาชนด้านต่าง ๆ มานานแล้ว ผู้มีอำนาจมุ่งแต่รักษาผลประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง ปล่อยทุนใหญ่ผูกขาด แถมทุจริตคอร์รัปชันมโหฬาร แทนที่จะเอาเงินภาษีมาทำให้ประชาชนมีความสุข มีความยุติธรรม ได้รับการรักษาพยาบาลดี ๆ ประชาชนกลับไร้ที่พึ่งพิง จนต้องไปพึ่ง เจ้าพ่อ เจ้าแม่ นางฟ้า เทวดา แต่เบื้องหลังคือซาตาน นางมาร อาศัยความใจบุญหาแสง หาประโยชน์ใส่ตัวเอง 

ล่าสุด นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ควบเก้าอี้ มท.1 ซึ่งมีหน้าที่ดูแลการจดทะเบียนองค์กรการกุศลและมูลนิธิต่าง ๆ สั่งยกเครื่องระเบียบการขอตั้งมูลนิธิให้รัดกุมมากขึ้น รวมทั้งตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิต่าง ๆ ที่รับบริจาคเงินว่า ใช้เงินเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ เรียกว่า วัวหายที ก็ล้อมคอกที แล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม  ???

การเมืองที่อ่อนแอ ประชาชนไร้ที่พึ่ง บ้านเมืองก็เป็นเช่นนี้เอง เหมือนที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สีน้ำเงิน จู่ ๆ ออกคำสั่ง ริบอำนาจประธานกรรมาธิการ 35 ชุด ห้ามใช้อำนาจออกหนังสือเรียกบุคคล เอกสาร หรือหน่วยงานต่าง ๆ มาให้ข้อมูล ต้องได้รับมติจากที่ประชุมกรรมาธิการเท่านั้น เรื่องนี้เกิดขึ้นหลัง นายรังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการยุติธรรม ทำหนังสือเรียก สส.สีน้ำเงิน สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ มาชี้แจงกรณีสามีพัวพันเว็บพนัน

พูดก็พูดเถอะ กรรมาธิการก็มีอำนาจแค่นี้ล่ะ แถมประธานหลายชุดก็เป็นของฝ่ายรัฐบาลเอง ฝ่ายค้านแทบถูกมัดมือชกอยู่แล้ว ยังจะมาริบอำนาจอีก น้ำเงินตั้งหน้าตั้งตา กินรวบ โกยเรียบ แบบที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ ว่าไว้ จริงแท้แล้ว

ระวังเถอะ ประชาชนทนไม่ได้  กำแพงแข็งแกร่งแค่ไหน ก็พังทลายได้ กำนันนะโม กระบี่ มาโน่นแล้ว.

ดาวประกายพรึก

อ่านบทความทั้งหมดคลิกที่นี่