นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการอภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติว่า หลังจาก รฟม. ยกเลิกการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการฯ เมื่อวันที่ 3 ก.พ.64 ทาง รฟม. จึงได้ปรับแผนการดำเนินงานโครงการดังกล่าวดังนี้ คัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนในเดือน มี.ค.-ส.ค. 65, ก่อสร้างโครงการเดือน ก.ย. 65, เปิดให้บริการโครงการส่วนตะวันออก เดือน ส.ค. 68 และเปิดให้บริการโครงการส่วนตะวันตกเดือน ธ.ค. 70

นายภคพงศ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน รฟม. ได้ออกประกาศรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน เพื่อนำความคิดเห็นมาใช้ประกอบการจัดทำร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาฯ แล้วเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ยังอยู่ระหว่างรอรายชื่อผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่ได้มีหนังสือแจ้ง รฟม. ว่า ในการดำเนินการคัดเลือกเอกชน ต้องมีผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมตั้งแต่เริ่มขั้นตอนการจัดทำร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาฯ ด้วย

นายภคพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ 2280/2563 ที่บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการถูกทำละเมิดเป็นเงินจำนวน 500,000 บาทนั้น ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีแนวเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานคร ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร (กม.) แบ่งเป็น ส่วนตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทาง 22.5 กม. จำนวน 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี)

และส่วนตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ระยะทาง 13.4 กม. จำนวน 1 1 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย) ทั้งนี้ในการดำเนินงานที่ผ่านมา รฟม. ได้ดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี และประกาศที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานการดำเนินงานที่รัฐจะได้รับโครงการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ผู้ใช้บริการ และประเทศไทยต่อไป