สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ว่า รายงานช่องว่างของการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี 2569 ของยูเอ็น พบว่า เงินทุนจากประเทศพัฒนาแล้วเพิ่มขึ้น 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33,423 ล้านบาท) เป็น 28,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 943,290 ล้านบาท) ในปี 2567 แต่ยังคงเป็นเพียงเศษเสี้ยวของจำนวนเงินที่จำเป็น ในการช่วยเหลือประเทศยากจนให้รับมือกับคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ไฟป่า และน้ำท่วมที่รุนแรงขึ้น

ในการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ครั้งที่ 31 หรือ “คอป31” ที่ตุรกี ระหว่างวันที่ 9-20 พ.ย. ผู้เจรจาจะพิจารณาว่าเหตุใดประเทศต่าง ๆ จึงยังคงไม่สามารถบรรลุคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ในการประชุมคอป 29 ในการจัดหาเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศให้กับประเทศกำลังพัฒนา 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 10.038 ล้านล้านบาท)

รายงานระบุอีกว่า ข้อตกลงที่จะเพิ่มเงินทุนสำหรับประเทศกำลังพัฒนาเป็น 3 เท่า ซึ่งตกลงกันไว้ในการประชุมเมื่อปีที่แล้วในบราซิล ให้เป็น 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 4.012 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2578 ยังคงมีช่องว่างทางการเงินมากกว่า 2 ใน 3

ขณะที่ความต้องการเงินทุนเพื่อการปรับตัวในประเทศกำลังพัฒนา คาดว่าจะสูงถึง 420,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 14.046 ล้านล้านบาท) ภายในอีก 9 ปีข้างหน้า

รายงานยังชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของแหล่งเงินทุนอื่น ๆ รวมถึงเงินทุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 ขณะที่การไหลเวียนทางการเงินระหว่างประเทศกำลังพัฒนายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 127,051 ล้านบาท) ในปี 2562 เป็น 9,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 320,971 ล้านบาท) ในปี 2567.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS