เมื่อวันที่ 21 ต.ค.69 พ.ต.ท.สิทธิพงศ์ สมพันธ์ สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดปัตตานี รับนโยบายจาก พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้เร่งรัดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะการตรวจสอบบุคคลต่างด้าวที่อาจใช้เอกสารหรือสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ

ภายหลังการสืบสวนรวบรวมข้อมูล พบความเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัยชาวต่างชาติรายหนึ่ง ซึ่งประกอบธุรกิจในจังหวัดปัตตานีมาเป็นเวลานาน จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.อนุศักดิ์ นกดา รองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดปัตตานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ สนธิร่วมกับชุดสืบสวนกองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เข้าตรวจสอบร้านขายผ้าแห่งหนึ่ง ใน ต.อาเนาะรู อ.เมือง จ.ปัตตานี
จากการตรวจสอบพบว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นกิจการจำหน่ายผ้ารายใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบบุคคลเป้าหมาย ก่อนจับกุม นายอันวาร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี เจ้าของกิจการดังกล่าว ดำเนินคดีตามข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิทางทะเบียนโดยมิชอบ

สอบสวนเบื้องต้นระบุว่า นายอันวาร์ เป็นบุคคลสัญชาติปากีสถาน เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน และถูกกล่าวหาว่าได้สวมสิทธิบุคคลอื่นเพื่อจัดทำบัตรประชาชนไทย ณ อำเภอพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เมื่อปี 2550 โดยอาศัยชื่อบุคคลในพื้นที่ซึ่งไม่มีความเคลื่อนไหวทางทะเบียน และจ่ายเงินให้นายหน้าเป็นค่าดำเนินการประมาณ 100,000 บาท
หลังจากได้สถานะบุคคลไทยตามที่ถูกกล่าวหา เจ้าตัวได้ใช้ชีวิตและประกอบธุรกิจจำหน่ายผ้าทั้งปลีกและส่ง โดยเน้นผ้าม้วนนำเข้าสำหรับตัดเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นและเสื้อผ้ามุสลิม จนกลายเป็นกิจการค้าผ้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า นายอันวาร์ สมรสกับหญิงชาวปากีสถานและมีบุตรร่วมกัน 4 คน โดยบุตรได้รับสัญชาติไทยตามไปด้วย ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการสวมสิทธิทางทะเบียน ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ

ต่อมา สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลเมืองปัตตานี ดำเนินการจำหน่ายชื่อออกจากรายการทะเบียนราษฎร ภายหลังตรวจสอบพบว่าบุคคลสัญชาติไทยซึ่งถูกนำชื่อมาใช้เสียชีวิตในประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายอันวาร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการค้าผ้ากลางเมืองปัตตานี พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานและการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการขอมีบัตรประจำตัวประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าสามารถควบคุมตัวได้ขณะที่ผู้ต้องสงสัยเตรียมหลบหนีออกนอกพื้นที่
จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย และขยายผลตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องต่อไป



