เมื่อคืนวันที่ 19 ต.ค.69 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม (ตม.จว.นครพนม) บูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดนครพนม และตำรวจชุดสืบสวน สภ.ศรีสงคราม จ.นครพนม สนธิกำลังเข้าตรวจค้นและเอกซเรย์ร้านคาราโอเกะเป้าหมายรวม 2 แห่ง โดยร้านแรกตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บ้านเอื้อง ส่วนร้านที่สองตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม หลังสืบทราบเบาะแสว่ามีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมาย

ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้วางแผนส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปทำทีเป็นลูกค้า เพื่อสอบถามพูดคุยกระทั่งยืนยันแน่ชัดว่า พนักงานเสิร์ฟภายในร้านคาราโอเกะทั้ง 2 แห่งเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติลาว จึงได้ส่งสัญญาณให้ชุดจับกุมนำกำลังเข้าแสดงตัวพร้อมกันทั้งสองจุด สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้รวมทั้งสิ้น 9 ราย แบ่งเป็นนายจ้างคนไทย 2 ราย โดยรายแรกถูกแจ้งข้อหา “รับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ส่วนนายจ้างอีกรายถูกแจ้งข้อหา “รับคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม และรับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานฯ”

ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 7 ราย เป็นหญิงสาวสัญชาติลาว อายุระหว่าง 20–35 ปี โดย 5 ราย เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ถูกแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ส่วนอีก 2 ราย ไม่มีเอกสารหนังสือเดินทาง ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานฯ” เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสงคราม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

การปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ที่มอบนโยบายให้ ตม.ทั่วประเทศ สืบสวนเชิงรุกทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและการใช้วีซ่าผิดวัตถุประสงค์ โดยมี พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4 และ พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผกก.ตม.จว.นครพนม สั่งการให้ พ.ต.ท.สุภมิตร กะตะศิลา รอง ผกก.ตม.จว.นครพนม และ พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สว.ตม.จว.นครพนม นำกำลังลงพื้นที่เอกซเรย์จัดระเบียบ เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนตัวอันอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่