เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2569 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แถลงผลการตรวจสอบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากภายในองค์กรเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสและการบริหารงานที่ไม่บรรลุผลสัมฤทธิ์ พร้อมเปิดเอกสารชี้แจงข้อสงสัยกรณีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบว่าไม่ได้เกี่ยวกับการนำเสนอข่าวรำลึก 1 ปี เหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม

โดยนายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการ สตง. ในฐานะโฆษก สตง. เปิดเผยว่า สตง. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบมาตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. 2569 แบ่งการตรวจสอบเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ประสิทธิภาพองค์กร การปฏิบัติตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง และความผิดเฉพาะบุคคล โดย สตง. ยืนยันว่าการตั้งคณะทำงานเกิดขึ้นล่วงหน้าก่อนที่ สตง. จะทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ถึงประธานกรรมการบริหารไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2569 ให้กำชับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน หลังตรวจพบรายการ “ตรงประเด็น” นำเสนอข่าวตึกถล่มในลักษณะที่อาจชี้นำสังคม การตรวจสอบงบประมาณครั้งนี้จึงเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายปกติ ไม่ใช่การเอาคืนหรือตอบโต้เรื่องการนำเสนอข่าว

น.ส.สินีนาต โพธิชัย ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ฯ ระบุว่า สำหรับรายงานผลการตรวจสอบ 2 ฉบับแรกที่ออกแล้ว มีรายละเอียดสำคัญดังนี้ 1. ด้านผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพองค์กร ไทยพีบีเอสได้รับงบประมาณปีละกว่า 2,000 ล้านบาท โดยเกือบครึ่งใช้ในการผลิตและจัดหาสื่อ แต่ตรวจพบข้อบกพร่องหลายประการ ตัวชี้วัดสับสน มีการเปลี่ยนตัวชี้วัด (KPI) กลับไปกลับมา เช่น สลับระหว่าง PSI Ranking กับ PSI Market Share และเมื่อสำนักข่าวหรือสำนักสร้างสรรค์เนื้อหาไม่บรรลุเป้าหมาย กลับใช้วิธีเปลี่ยนตัวชี้วัดแทนการแก้ไข นอกจากนี้ยังนำตัวชี้วัดระบบสมาชิก One ThaiPBS ออกหลังทำไม่สำเร็จ

ระบบข้อมูลไม่เชื่อมโยง โดยระบบ BMP ไม่สมบูรณ์ มุ่งเน้นเพียงการเบิกจ่ายงบให้เกิน 80% แต่ไม่วัดผลสัมฤทธิ์ คลังไฟล์รายการแยกกระจาย และไม่มีระบบประเมินผลช่องทางออนไลน์ที่ชัดเจน โดยรายการ Online First วัดเพียง Active Users บนเว็บไซต์ แต่ไม่สะท้อนการเข้าถึงจริง นอกจากนี้การประเมินผลขาดหลักเกณฑ์ การประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) และ Perception Survey ขาดแนวทางลายลักษณ์อักษรที่รัดกุม โดยแบบสอบถามไม่ได้ถามสาเหตุที่ผู้ชมไม่รับชมรายการเพื่อนำมาปรับปรุง

ด้าน น.ส.มธุลีห์ โยคี ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.2) ชี้แจงการเบิกจ่ายเงินผิดระเบียบ 2 ประเด็นหลัก การจ้างผลิตรายการ “ข่าวเจาะย่อโลก” ระหว่างปี 2560–2568 โดยวิธีเฉพาะเจาะจงอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ประเมินเรตติ้ง ถือเป็นงานจ้างพร้อมอุปกรณ์ที่ไม่เปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ขัดต่อ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 มาตรา 56(2)(ค) และ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ พ.ศ. 2561 มาตรา 48 ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ไทยพีบีเอส จ่ายค่าตอบแทนไร้ระเบียบรองรับ ซึ่งการจ่ายค่าตอบแทนพิธีกรและแขกรับเชิญปี 2566–2568 อาศัยเพียงแนวทางบริหารภายในโดยไม่มีระเบียบเฉพาะรองรับ และเมื่อระเบียบการเงินปี 2567 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2567 ทำให้การเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2568 ถือเป็นการใช้จ่ายเงินโดยไม่มีระเบียบรองรับ ขัด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ มาตรา 38

นายโสมทัต นิธิตรีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่ 1 กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า จากการตรวจสอบย้อนหลัง 5 ปี (ปี 2564–2569) พบว่า ไทยพีบีเอสไม่มีระเบียบการใช้รถส่วนกลางมาตั้งแต่ปี 2562 และผู้บริหารที่ได้รับเงินค่าตอบแทนรถประจำตำแหน่งแล้ว ยังมาใช้บริการรถส่วนกลางด้วย ซึ่งขัดกับหลักการใช้ทรัพย์สินของรัฐ

ทั้งนี้ สตง. เตรียมออกรายงานฉบับที่ 3 เกี่ยวกับความผิดเฉพาะบุคคล ซึ่งหากพบพฤติกรรมส่อทุจริตจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินคดีต่อไป โดยคณะทำงานได้สรุปความเห็นเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอให้ผู้ว่าการ สตง. ลงนามเพื่อแจ้งผลให้ไทยพีบีเอสรับทราบอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์หน้า.