เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิติพันธ์ุ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วยนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริต การจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ภายหลัง 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น ถูกปล่อยตัวจากการคุมขังระหว่างไต่สวน เนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ช.ยังทำสำนวนส่งฟ้องต่อศาลไม่ทัน

โดยนายนิติพันธ์ุ กล่าวว่า คดีทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นเรื่องที่สังคมติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่ง ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะทำงานโฆษกขึ้นมาเพื่อรายงานความก้าวหน้าอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง แม้กระบวนการไต่สวนตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. จะมีลักษณะกึ่งตุลาการที่มีหลายขั้นตอน แต่ก็ได้บูรณาการร่วมกับ ตร., ปปง. และ ป.ป.ท. ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างเต็มที่ พร้อมระบุในฐานะข้าราชการว่ารับไม่ได้กับการทุจริตหรือการจ่ายสินบนตั้งแต่เริ่มต้นเข้ามารับราชการ จึงตั้งใจจะทำคดีนี้ให้สำเร็จอย่างแน่นหนารอบคอบที่สุด โดยยืนยันความน่าเชื่อถือว่าสำนวนที่ ป.ป.ช. เสนอต่อศาลนั้น ศาลพิพากษาลงโทษสูงถึง 90% และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่

นายเกียรติศักดิ์ ชี้แจงกรณีข้อสงสัยเรื่องการตัดตอนคดี การปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหา และการเชื่อมโยงถึงนักการเมืองว่า คดีทุจริตเจ้าหน้าที่รัฐต้องส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน ซึ่งคดีนี้พนักงานสอบสวนทำมาแล้วระยะหนึ่ง ทำให้ ป.ป.ช. เหลือเวลาควบคุมตัวเพียง 3 ผัด (36 วัน) และตาม ป.วิอาญา มาตรา 87 เมื่อครบกำหนดควบคุมตัวสูงสุด 84 วัน ต้องปล่อยตัวทันที

ยืนยันว่า การปล่อยตัวไม่ใช่การพ้นผิด แต่ต้องดำเนินคดีต่อ และมีมาตรการเฝ้าระวังตามมาตรา 39 หากมีพฤติการณ์หลบหนีจะขอศาลออกหมายจับทันที โดยได้สั่งซีลด่านชายแดนไว้แล้ว รวมถึงมีมาตรการในการป้องกันไม่ให้เข้ามาข้องเกี่ยวกับพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตามไม่ยืนยันว่า ในช่วงต้น พ.ย. ที่คณะกรรมการไต่สวนที่แจ้งข้อกล่าวหาจะมีรายชื่อ 3 คนที่ฟ้องไม่ทันหรือเปล่า

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวถึงสาเหตุที่ทำสำนวนส่งฟ้องไม่ทันกรอบเวลาคุมขัง ว่า เนื่องจาก ป.ป.ช. กำลังไต่สวนผู้เกี่ยวข้องทั้งกระดานกว่า 6,000 ราย แยกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มระดับสูง กลุ่มจัดทำขบวนการ กลุ่มนายหน้ากว่า 100 สาย และกลุ่มผู้เข้าสอบ ซึ่งหากรีบทำเฉพาะบางส่วนเพื่อส่งฟ้องให้ทันคุมขังจะถือเป็นการตัดตอนคดี โดยปัจจุบันคดีมีความคืบหน้าเชิงปริมาณประมาณ 40% แต่เชิงคุณภาพในส่วนตัวการใหญ่มีหลักฐานค่อนข้างสมบูรณ์ และคาดว่าจะเริ่มทยอยแจ้งข้อกล่าวหาได้ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. นี้ ซึ่งเป็นสำนวนการทุจริตของปี 2568

ผู้สื่อข่าวถามว่า พยานหลักฐานขณะนี้ยังไม่ถึงนักการเมือง และตำแหน่งสูงสุดที่พบคือระดับอธิบดีใช่หรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า หลักฐานยังไม่ถึงนักการเมือง สส. หรือรัฐมนตรี โดยตำแหน่งสูงสุดขณะนี้ คือ ระดับอธิบดี ซึ่งมีมากกว่า 1 ราย และแยกเป็น 2 สำนวน สำหรับกระบวนการหลังแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาจะมีเวลาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา 15 วัน ขยายได้ไม่เกิน 45 วัน ก่อนพิจารณาสำนวนส่งฟ้อง

เมื่อถามถึงบทลงโทษเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. หากทำสำนวนส่งฟ้องไม่ทัน นายเกียรติศักดิ์ ชี้แจงว่า ป.ป.ช. เน้นประสิทธิภาพการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษมากกว่าการคุมขัง และมีกฎหมายแก้อายุความว่าหากผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีระหว่างไต่สวนจะไม่นับอายุความ ส่วนกรอบการทำงานของ ป.ป.ช. ตามมาตรา 46 กำหนดให้ไต่สวนให้เสร็จใน 2 ปี หากล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันควรมีโทษถูกตั้งกรรมการสอบและให้ออกมาแล้วหลายราย

อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. นำรายงานผลการตรวจสอบของชุดนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี มาใช้ประกอบสำนวนด้วย และเตรียมจัดหาพื้นที่ที่น่าเชื่อถือพร้อมเครื่องมือมาตรฐานเพื่อตรวจข้อสอบอีก 800,000 แผ่นในอีก 10 วันข้างหน้า ส่วนเส้นทางการเงินที่มีความซับซ้อน ได้ร่วมกับ ปปง. ตรวจสอบครอบคลุมถึงเงินดิจิทัล โดยมีการยึดอายัดทรัพย์สินไว้แล้วหลักร้อยล้านบาท ยืนยันจะดำเนินคดีอย่างรัดกุมเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นให้ได้โดยเร็ว

“ยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่ได้ตรวจกระดาษคำตอบทั้ง 860,000 แผ่น เรามีอุปกรณ์ครบถ้วนแล้ว กระดาษคำตอบถูกเก็บไว้เป็นอย่างดีที่ป.ป.ช. ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาสถานที่และอยู่ระหว่างพิจารณาอย่างไรให้สามารถใช้ในศาลได้ หน่วยงานที่จะตรวจก็ คือ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) โดย ป.ป.ช.จะเป็นคนควบคุม คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 10 วันนับจากพรุ่งนี้ (13 ต.ค.) ส่วนเรื่องเส้นเงินแล้วก็ยังมีเรื่องของเส้นทองและคริปโต ที่เป็นเรื่องปกติของการแปรสภาพทรัพย์สินที่ปกปิด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนการตรวจสอบเส้นทางเงินของ ป.ป.ช. ขณะนี้พบว่า ปลายทางของเส้นทางเงินไปสิ้นสุดเพียงวงแค่ระดับอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แค่ 2 คน แต่หลักฐานยังเชื่อมโยงไปไม่ถึงระดับ สส. และรัฐมนตรี แต่คณะไต่สวนของป.ป.ช.กำลังพยายามหาหลักฐานความเชื่อมโยงอยู่ ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาลอตแรก จะเริ่มดำเนินการในช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้ ประมาณ 200-300 คน เป็นตัวการมีตัวการใหญ่ 20-30 ราย และเครือข่ายระดับนายหน้าที่มีอยู่ 110 สาย แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาตัวผู้เข้าสอบที่ทุจริตก่อนสอบเข้าท้องถิ่น