เส้นทางสู่ประวัติศาสตร์ “เหรียญเอเชียนเกมส์” ของ “ช้างศึก” ยังดำเนินต่อไป
รอบ 8 ทีมสุดท้าย ทีมชาติไทย จะพบกับ “มังกร” จีน
เตะวันเสาร์ที่ 26 ก.ย.69 เวลาไทย 13.00 น. ที่โตโยต้า สเตเดียม
ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และ แอปพลิเคชั่น AIS PLAY
ทีมชาติไทย ของ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ผ่านรอบแรกเป็นไปได้ตามเป้าหมาย
ประเดิมสนามด้วยการชนะ คีร์กิซสถาน 3-2 ชนิดโดนก่อน 2 ลูก แต่พลิกแซงจาก เจะฮานาฟี มามะ 1 ลูก กับ “ม่อน” ปริพรรห์ วงษา ยิง 2 ลูก

ต่อด้วยถล่มฮ่่องกง โดยโดนก่อนอีกแล้ว แต่ชนะ 5-1 ธนกฤต โชติเมืองปัก, ปริพรรห์ วงษา, เจะฮานาฟี มามะ, วรวุฒิ น้อยศรี ส่วนอีกลูก ฮ่องกง ทำเข้าประตูตัวเอง
เมื่อเก็บ 6 แต้มเต็ม จาก 2 นัดแรก ตีตั๋วเข้ารอบแล้ว ทำให้นัดสุดท้ายกับ ญี่ปุ่น ไม่เครียดมาก ก่อนแพ้ 0-3
ช้างศึก เก็บตัวมายาวนาน ตั้งแต่ซีเกมส์ 2025, ชิงแชมป์เอเชีย 2026
ตอนนี้ค่อนข้างฟูลทีม หลังจาก ยศกร บูรพา มาเสริมทัพ จะไม่มีก็แค่ ธีร์กวิน จันทร์ศรี ที่เจ็บ
แนวรุก เจะฮานาฟี มามะ, ชวัลวิทย์ แซ่เล้า, แดนกลางได้ กฤตภัค แสงสวัสดิ์ จากเมืองทองไปเสริม ดีเลย ส่วน ธนกฤต โชติเมืองปัก ทำเกม ขณะที่แนวรับ ชนภัช บัวพันธ์ เป็นหลัก ยืนคู่ ชานนท์ ทำมา

ด้านทีมชาติจีน คุมโดย อันโตนิโอ ปูเช ซึ่งมาคุมทีมชาติจีนชุด 23 ปี มาตั้งแต่ปี 2024
ปูเช เลือกนักเตะโควตาอายุเกินมาเล่นด้วย 3 คน คือ จูเฉินเจี๋ย กองหลัง อายุ 26 ปี, อู๋ ซี กองกลาง อายุ 37 ปี และกองหน้า จางอวี้หนิง อายุ 29 ปี
จีนเป็นทีม ยิงน้อย เสียน้อย รอบแรกยิงได้แค่ 2 ลูก จาก 3 นัด และยิงได้เกมเดียว คือเกมแรกที่ชนะ เกาหลีเหนือ 2-1 จาก จางอวี้หนิง กับ อู๋ซี 2 นักเตะโควตาอายุเกิน
ส่วนอีก 2 เกมกับ อิหร่าน และ ยูเออี เสมอ 0-0
ช่วงหลังในชุด 23 ปี ไทย กับ จีน เจอกันบ่อยทีเดียว
ปี 2025 อุ่นเครื่องที่คุนหมิง 2 นัด นัดแรก จีนชนะ 3-1 จากนั้นเกม 2 เสมอ 0-0
มาอยู่กลุ่มเดียวกันในฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปีชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่ซาอุดิอาระเบีย เมื่อต้นปี เสมอ 0-0 ก่อนจีน ยิงยาวไปถึงรอบชิงชนะเลิศ แล้วแพ้ ญี่ปุ่น 0-4 ได้รองแชมป์เอเชีย

ส่วนไทย ในรายการนั้น นอกจากเสมอจีน 0-0 ก็มีแพ้ ออสเตรเลีย 1-2 และ เสมอ อิรัก 1-1 ตกรอบแรก
อุ่นเครื่องที่ซีอาน จีนเชิญไทยไปอีก เมื่อปลายเดือน เม.ย. เกมนี้เสมอ 2-2 เจะฮานาฟี กับ ชวัลวิทย์ ยิงให้ไทยนำ 2-0 แต่จบด้วยเสมอ
จะเห็นว่าการเจอกัน ไทย-จีน ชุดนี้ ค่อนข้างใกล้เคียง แม้ จีน เป็นรองแชมป์เอเชีย แต่ก็กดไทยไม่ค่อยได้
การเจอกันวันเสาร์นี้จึงถือเป็นเกมได้-เสีย

ออกได้ทุกหน้า
ด้านพละกำลัง ไทย อาจเป็นต่อ เพราะนัดสุดท้ายรอบแรก โรเตชั่นพักนักเตะ ส่วนจีนต้องบู๊สุด 3 นัด
มองข้ามช็อตถึงรอบต่อไป ผู้ชนะคู่ ไทย กับ จีน จะเข้ารอบรองฯ ไปเจอ เกาหลีใต้ หรือ เวียดนาม
หากชนะก็ได้เหรียญเงินอย่างน้อย ถ้าแพ้ก็ยังไปลุ้นชิงทองแดง
ทีมชาติไทย ชุด 23 ปี ของ “โค้ชวัง” มาแบบ ซุ่มๆ เงียบๆ ไม่ค่อยโดดเด่น แต่จุดเด่นคือรวมตัวยาวนาน ทีมเวิร์คดี น่าเสียดายที่ต้องให้ คคนะ คำยก กับ เสกสรรค์ ราตรี ไปชุดใหญ่
ประวัติศาสตร์ฟุตบอลเอเชียนเกมส์ ฟุตบอลไทย ไม่เคยได้เหรียญเลย เข้ารอบรองชนะเลิศ 4 ครั้ง จบด้วยอันดับ 4 ทั้ง 4 ครั้ง
มาหนนี้…
ช้างศึก กับเหรียญประวัติศาสตร์ ยังดูเหมือนจะพูดเร็วไป
แต่อย่างน้อยตอนนี้เรายังอยู่ในเส้นทาง
เส้นทางสู่เหรียญประวัติศาสตร์นั้น.
วุฒินล บุญวานิช




