สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า คำกล่าวของเซเลนสกี มีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ทั้งยูเครนและรัสเซีย ต่างตกลงที่จะไม่โจมตีเป้าหมายด้านพลังงานของอีกฝ่าย

“หากสิ่งนี้สามารถเป็นก้าวแรกของการลดระดับความรุนแรง ไปสู่การยุติการโจมตีของรัสเซียต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของเรา และการโจมตีตอบโต้ของเรา ยูเครนก็พร้อมที่จะสนับสนุนการลดความตึงเครียดดังกล่าว” เซเลนสกี กล่าว

นอกจากนี้ ผู้นำยูเครนกล่าวเพิ่มเติมว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีฝ่ายไหนเห็นความตั้งใจจริงจากฝั่งรัสเซียที่จะยุติสงคราม แต่หากสหรัฐสามารถยืนยันความพร้อมที่แท้จริงของรัสเซีย ในการยุติสงครามที่มุ่งทำลายชีวิตผู้คน โดยดำเนินการอย่างจริงใจและในระยะยาว ยูเครนก็จะดำเนินมาตรการลดความตึงเครียดของตนเองเช่นกัน

ในช่วงสงครามที่ดำเนินมานานกว่า 4 ปีครึ่ง รัสเซียมักโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนบ่อยครั้ง ส่งผลให้ระบบทำความร้อนและเครือข่ายไฟฟ้าได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมและชีวิตประจำวันของพลเรือน

ขณะเดียวกัน กองทัพยูเครนโจมตีแหล่งอุตสาหกรรมของรัสเซียเป็นเวลานานหลายเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมน้ำมัน ซึ่งเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจรัสเซีย ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรงในหลายภูมิภาคของรัสเซีย

ก่อนหน้านี้ เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนไม่มีความเชื่อมั่นว่ารัสเซียจะเต็มใจปฏิบัติตามข้อตกลงใด ๆ และข้อตกลงใดก็ตามจะต้องมีความน่าเชื่อถือ ความยั่งยืนในระยะยาว และผลกระทบที่แท้จริงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS