เรียกได้ว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความอาลัย เมื่อนักแสดงหนุ่ม “ชาคริต แย้มนาม” เดินทางมารับร่าง “เร แม๊คโดแนลด์” เพื่อนสนิทวัยเด็กที่ผูกพันกันมายาวนานกว่า 40 ปี หลังเสียชีวิตอย่างกะทันหันในวัย 49 ปี

โดยชาคริตได้เปิดใจว่า “เป็นเรื่องของเส้นเลือดหัวใจสามเส้นหลักมีภาวะตีบ 70-90% มันก็เป็นเรื่องของหัวใจ ก็หลับไป ถือว่าเพื่อนไปสบาย ตามที่เราดู เพื่อนก็ยังมีขยับ แต่พอหลับลึกไปแล้ว เพื่อนก็ไป แค่นั้นเลย ทุกอย่างในร่างกายสุขภาพดี อวัยวะทุกอย่างดีหมด ประเด็นเดียวก็คือ…
เรื่องสุขภาพก็ไม่มีอะไร อย่างที่รู้กัน เขาก็ทำงานเต็มที่ พักผ่อนน้อย ตามประสาของคนนักเดินทาง เขาก็ทำงานดีตลอดเวลา แต่เรื่องแบบนี้ ผมก็เชื่อว่ามันก็ไม่ได้เกี่ยวกับว่าอะไร มันถึงเวลาของเขา ก็เป็นนักเดินทาง เป็นอีกการเดินทางเขา ไปในที่ที่ดี

คำว่าพักก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง ด้วยงานด้วยธรรมชาติของเรเขาคือเดินทางตลอด มันก็คือการเดินทาง คือการเดินทางเป็นการพักผ่อนในตัวไหม มันก็แล้วแต่คนมอง สำหรับเขา เขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ ทุกอย่างที่เขาทำ ทำอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นทุกๆ การเดินทางของเพื่อนผม มันคือความสุขในสิ่งที่เขาได้ทำ (ร้องไห้) วันนั้นเหมือนเขาลงมามานั่งดูทีวีแล้วก็ดูเหมือนไม่สบายตัวนิดหน่อย แล้วก็มันลงไปนอน เขาก็ยังมีขยับเหมือนหามุมสบายให้กับตัวเอง ช่วงที่เขาไปก็คิดว่าน่าจะเป็นช่วงที่เขาหลับสนิทไปแล้ว คือไม่เจ็บ ไม่ทรมาน
วันนี้เริ่มงานวันแรก เราก็จะมีพิธีสวดศพเจ็ดวัน ฌาปนกิจวันพุธที่ 26 จัดวันนี้เป็นวันแรก ช่วงรดน้ำศพก็ขออนุญาตให้เป็นพิธีภายใน และพอบรรจุเสร็จปั๊บ พอเข้าพิธีสวดช่วง 6 โมงเย็น ก็สำหรับทุกๆ คนแล้ว เรื่องที่พักของพี่ๆ สื่อ กับเพื่อนๆ อีกหลายๆ คน นอกจากศาลาหลัก เราก็จะมีศาลาข้างๆ ก็จะมีอาหารคอยดูแล ขอความร่วมมือ และขอบคุณพี่ๆ ทุกคน และเพื่อนๆ ที่รักเขา”
ด้าน “แหม่ม” ภรรยาของเร ได้เปิดใจถึงเหตุการณ์สะเทือนใจ โดยเผยว่า เขาก็เพิ่งจะได้พักเดือนนี้ เพราะว่าลูกเพิ่งปิดเทอม ก็เพิ่งพากันไปเที่ยว เพิ่งใช้เวลากันเดือนเดียว เพราะลูกเรียนซัมเมอร์ จริงๆ ลูกปิดเทอมสองเดือน แต่เรียนซัมเมอร์ 1 เดือน ก็เลยคิดว่าอีกเดือนหนึ่งจะหาเวลาไปเที่ยว และใช้เวลากับครอบครัว หนึ่งเดือนเต็มที่ ได้เตะบอลกับลูก ได้บอกรักลูก ที่จริงเขาบอกรักกันทุกคืนอยู่แล้ว จนวันที่เขาต้องตื่นมาส่งลูก ตามที่เขาต้องทำทุกวัน ต้องมีวันที่เขาไป เขาไม่ตื่นแล้ว เหมือนเขานอนหลับไปแล้ว ตอนแรกคิดว่าเขาแกล้ง เพราะว่าเขาชอบแกล้ง เวลาลงมาเขาก็จะชอบแกล้งหลับ เราก็จะไปแกล้งเขา เขาก็จะมานั่งกินอาหารเช้าทุกวัน แล้วก็จะมาส่งลูกหน้าบ้าน แล้วก่อนหน้านี้เรไม่เคยมีอาการอะไร
กว่าจะมาเจอเขา ก็อาจจะหลายชั่วโมงไปหน่อย เพราะในกล้องที่ดูประมาณเที่ยงคืนกว่าแล้ว เราก็แต่งตัวลงมาส่งลูกปกติก็คือ 6 โมงครึ่ง ก็มาเจอเขาอีกที เขาก็ฟุบไป คือไม่ได้มีภาวะฉุกเฉินอะไรที่จะบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนเรื่องที่เขาจะดูแลสุขภาพ คือเขาเป็นคนกลัวหมอ เขาจะดื้อนิดหนึ่ง ก่อนหน้านั้นเขาปวดฟันจะพาเขาไปทุกครั้ง ก็ต้องบังคับไป คือเขาจะกลัวหมอ บางครั้งก็ต้องหลอกพาไป

กำลังใจจากเพื่อนพี่น้องวงการบันเทิง คือเมื่อวาน 1,000 กว่าสายใน LINE ก็เยอะมาก คือดูไม่ได้เลย ต้องให้น้องทีมงานช่วยกันดู เพราะว่าเห็นทุกคนทุกฝ่ายเขารักเรมาก มากๆ จริงๆ และผลงานเขาก็คงทำไว้มากมาย ก็ขอบคุณมากๆ ก็คิดว่าลูกเขาน่าจะภูมิใจมาก ส่วนหลังจากนี้งานพี่เร งานที่จะต้องทำต่อก็อาจจะอยากให้เพื่อนสานต่อ ในงานที่คุยกับลูกค้าไว้ ก็อาจจะต้องเหลือแค่พุฒกับต้าไปก่อน ก็เดี๋ยวค่อยพูดคุยกันต่อ (ชาคริต : ก็เป็นอะไรที่เราตั้งใจว่าจะเดินหน้ากันต่อ ก็กำลังคุยกันว่าจะเป็นยังไง)




