เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 19 ส.ค. 69 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม กมธ.ว่า กมธ.ได้ประเด็นค่อนข้างมาก โดยได้เห็นถึงขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นที่ชัดเจนมากขึ้นว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ฝ่ายข้าราชการประจำเท่านั้นที่ทำ ซึ่งข้อมูลคำให้การของตัวแทนมหาวิทยาลัยบูรพา และผู้แทนจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) พูดตรงกันว่ามีความพยายามที่จะดำเนินการหลายครั้ง

ข้อมูลที่เราได้รับว่ามีบุคคลระดับสูงกว่าอธิบดี ที่พยายามเข้าไปติดต่อพูดคุยกับมหาวิทยาลัยที่ชนะในโครงการที่สอบท้องถิ่น โดยบุคคลในระดับที่กล่าวถึงที่เรายังไม่ได้รับคำตอบว่าเป็นใคร แต่ต้องขอข้อมูลหลังบ้านซึ่งเป็นเอกสารอีกครั้ง บุคคลระดับสูงดังกล่าวนัดพูดคุยกับอาจารย์บางท่านเข้าไปคุยกันที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง เพื่อมีการขอกันตรงนี้ในรายละเอียดเรายังไม่ทราบว่าขออะไรบ้าง

ในส่วนของข้าราชการก็มีการขอกันของมหาวิทยาลัยบางแห่ง เช่น หลังจากได้รับเป็นผู้ชนะการสอบมีการขอซื้อรถยนต์ให้ หรือขอผลประโยชน์ต่างตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือสิ่งของต่างๆ ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นมูลค่าตัวเลขเท่าไร อีกทั้งยังมีการส่งรายชื่อในระดับหลัก 100 ให้มหาวิทยาลัยเพื่อให้ประกาศรายชื่อของผู้ที่สอบได้ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเราได้รับการยืนยันจากมหาวิทยาลัย ว่ามีการส่งรายชื่อให้จริง แต่ยังไม่ระบุว่าเป็นสถาบันไหน

อีกทั้งยังมีการติดต่อประสานงานระหว่างนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กับอาจารย์บางท่านที่เกี่ยวพันกับการสอบท้องถิ่นด้วย เราจะติดตามข้อมูลรายละเอียดตรงนี้ต่อไป ซึ่งนายทองเจือไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการจัดสอบท้องถิ่น ที่น่าแปลกใจคือ สถ. ไม่สนใจในการหาว่าการทุจริตที่เกิดขึ้นมีการดำเนินการโดยใครบ้าง สนใจเพียงแต่รายชื่อที่ประกาศไปถูกผิดเท่าไร มีการปรับแก้คะแนนเท่าไร ทำให้สันนิษฐานได้ว่า สถ. ไม่สนใจตามหาผู้กระทำความผิด

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ทางคณะทำงานของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำเรื่องนี้ เบื้องต้นมีการชี้มูลหลายบุคคลว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด แต่ไม่ได้ตรวจสอบย้อนหลังกลับไปตั้งแต่ยุคที่ทาง ม.บูรพาที่ได้งานในช่วงแรก  นายปกรณ์จะจำกัดเฉพาะกรณีที่ มศว ได้งานเท่านั้น ทั้งที่ปัญหากับการโกงครั้งนี้มันเริ่มต้นตั้งแต่การเขี่ย ม.บูรพาออกไป

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า โดยภาพรวมทั้งหมดเราเริ่มเห็นถึงความเชื่อมโยงฝ่ายการเมืองว่าน่าจะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตครั้งนี้อย่างแน่นอน สิ่งที่อยากจะทราบคือจนถึงวันนี้ทาง ป.ป.ช. ได้มีการดำเนินการส่งหนังสือทั้งนายอนุทิน นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ และนายทองเจือไปให้ข้อมูลปากคำบ้างแล้วหรือยัง เหตุผลที่ทั้ง 3 บุคคลมีความสำคัญ เช่น นายทองเจือมีการติดต่อประสานงานพูดคุยกับ มศว น่าสงสัยว่ามีภารกิจเกี่ยวข้องอย่างไรกับงานนี้ ส่วนนายอนุทินเนื่องจากจุดเปลี่ยนของเรื่องนี้ที่สำคัญมากมีการไปยกเลิกไม่ให้ ม.บูรพาได้งาน ซึ่งหากไม่มีจุดนี้ เรื่องการทุจริตคงจะไม่ขนาดนี้ ดังนั้นเราอยากทราบว่าผลการประชุมของนายอนุทิน และการที่นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะอดีตอธิบดี สถ. ที่ถูกอ้างถึง และนำไปสู่การยกเลิก ม.บูรพา

“ทำไมนายอนุทินถึงนั่งดูดาย และทำไมถึงยังไม่มีหน่วยงานใดเรียกไปตรวจสอบ ทั้งที่เป็นจุดตั้งต้นที่ทำให้เรื่องราวของการสอบทุจริต ส่วนนายทรงศักดิ์ ถือเป็นบุคคลที่เราให้ความสนใจอย่างมาก ว่าเขามีข้อมูลหรือความรู้อย่างไรบ้างเกี่ยวกับการทุจริตเรื่องนี้ เพราะเคยเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยและอาจจะมีความคาบเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้อยู่ไม่มากก็น้อย” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามถึง กรณีที่นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ระบุว่าเรื่องนี้จะได้ข้อยุติภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนต้องถามกลับไปว่าตกลงวันที่ 31 ส.ค.นี้ เป็นวันตัดตอนใช่หรือไม่ เพราะตอนนี้แค่ชุดทำงานคณะทำงานของนายปกรณ์ ก็ยังไปไม่ถึงประเด็น ม.บูรพา ทั้งที่เป็นจุดเริ่มต้น หากไม่นำประเด็นนี้เข้ามา ตนคิดว่าเป็นการตัดตอนชัดเจน

“ดังนั้นที่บอกว่าวันที่ 31 ส.ค.นี้ ทุกอย่างจะจบ ผมถามว่าจบด้วยข้อเท็จจริงอะไร เพราะทาง ม.บูรพา ชี้แจงว่าเพิ่งได้รับแจ้งจาก ป.ป.ช.ให้ไปให้การข้อมูลเนื่องจากเราได้เชิญมาให้ข้อมูลโดยมี ป.ป.ช.ร่วมรับฟัง ถึงได้เรียกเขาไปให้ข้อมูล ดังนั้นคงเป็นการด่วนสรุปเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเรื่องนี้ต้องจบ ยังไม่นับรวมกับฝั่งตำรวจสอบสวนกลางที่มีการออกหมายเรียก และแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลไม่กี่คน โดยข้อมูลเหล่านั้นก็ไม่ได้สอดคล้องกับคณะทำงานของนายปกรณ์ ทุกวันนี้คอขวดสำคัญอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ถ้าท่านไม่ส่งเรื่องให้ไปดำเนินการต่างๆ ทุกอย่างก็จะชัดเจนยิ่งกว่าการตัดตอน” นายรังสิมันต์ กล่าว

ประธาน กมธ.กฎหมายฯ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้การตัดตอนมีอยู่ 2 ส่วนคือตัดไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง กับข้าราชการบางกลุ่มรอด บางกลุ่มซวย จึงต้องถามว่า วันที่ 31 ส.ค.นี้จะตัดตอนเอาใครให้รอด เอาใครให้ซวยบ้าง

“วันนี้เราได้ร่องรอยลายแทงที่ยืนยันว่านายทองเจือเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างน้อยที่สุด การปฏิสัมพันธ์ในเรื่องที่อาจไม่ใช่หน้าที่ของตนเอง คำถามคือท่านไปเกี่ยวได้อย่างไร ไปยุ่งทำไม นี่เป็นสิ่งที่ผมต้องดำเนินการ”