สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ว่า 29 รัฐจากทั้งสองพรรคการเมืองในสหรัฐ ยื่นฟ้องเมตาต่อศาลรัฐบาลกลางโอคแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเรียกร้องทั้งค่าปรับ และการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินธุรกิจของบริษัท ขณะที่จำนวนเงินอาจสูงถึงหลายหมื่นล้าน หรือหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

การฟ้องร้องนำโดย 4 รัฐ ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด เคนทักกี และนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งกล่าวหาเมตาว่า ออกแบบเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม เพื่อดึงดูดผู้ใช้รุ่นเยาว์ ทำให้เกิดความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และแม้กระทั่งการฆ่าตัวตาย รวมถึงทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม

นอกจากนั้น ทั้ง 29 รัฐกล่าวหาบริษัทว่า ละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลางจากการรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กอย่างไม่เหมาะสม

นางเมแกน โอนีล รองอัยการสูงสุดรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวต่อคณะลูกขุน 8 คน ว่า รูปแบบธุรกิจของเมตาคือการดึงดูดผู้ใช้ รักษาพวกเขาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เก็บรวบรวมข้อมูลของพวกเขา ก่อนจะปกปิดความจริงจากสาธารณชน

นายพอล ชมิดต์ ทนายความของเมตากล่าวว่า บริษัทไม่มีข้อโต้แย้งว่าผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางคนเผชิญกับปัญหา แต่การวิจัยแสดงให้เห็นว่า “ไม่มีความเชื่อมโยงที่ชัดเจน” ระหว่างการใช้โซเชียลมีเดียของวัยรุ่น และการขาดสุขภาวะที่ดี

เขากล่าวอีกว่า นายมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเมตา เห็นด้วยกับความปรารถนาของบริษัทที่จะปรับปรุงบริการของตน และไม่ต้องการให้บริการเหล่านั้นเป็นอันตราย

ทั้งนี้ทั้งนั้น เมตาอาจต้องเผชิญกับค่าปรับสูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 46.3 ล้านล้านบาท) ซึ่งใกล้เคียงกับมูลค่าตลาดของบริษัท ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อัยการสูงสุดกล่าวในการพิจารณาคดีว่า จำนวนเงินอาจใกล้เคียงกับ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.618 ล้านล้านบาท) หรือประมาณกำไรหลังหักภาษีของเมตาในช่วง 3 ปี

นอกเหนือจากค่าปรับแล้ว รัฐแคลิฟอร์เนีย โคโลราโด เคนทักกี และนิวเจอร์ซีย์ ต้องการให้เมตาปรับปรุงเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรมครั้งใหญ่ รวมถึงการลบการกดไลค์ และการเลื่อนดูแบบไม่สิ้นสุด ที่กระตุ้นให้คนดูโพสต์ใหม่ ๆ รวมถึงกำหนดเวลาใช้งานสำหรับผู้ใช้ที่อายุน้อยกว่า และบังคับใช้ข้อจำกัด เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีใช้งาน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS