เมื่อวันที่ 19 ก.ย. พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (18 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว ร่วมกับกองร้อยทหารพรานที่ 1302 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 13 ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ว่าทางกัมพูชาสามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามหมายจับของประเทศไทย และจะทำการผลักดันผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนไทย จำนวน 4 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 3 คน ที่กัมพูชาทำการกวาดล้างจับกุมได้ในพื้นที่ปอยเปต ภายหลัง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ประสานความร่วมมือกับ ผบ.ตร.กัมพูชา โดยเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา เพื่อกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปอยเปต ที่เกี่ยวข้องกับคดีฆ่ายกครัว 3 ศพ ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อเดือนที่ผ่านมา

ต่อมาที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา เจ้าหน้าที่ ตม.ปอยเปต และ ตม.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ร่วมกับ นายจักรพงษ์ พันธุ์โชติ นายอำเภออรัญประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองลึก กองร้อยทหารพรานที่ 1302 ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันรับตัวคนไทย 5 คน จากการผลักดันกลับประเทศของกัมพูชา ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นชายไทยที่ทำการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายรวมอยู่ด้วย 1 คน

โดยนายจักรพงษ์ พันธุ์โชติ นายอำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้เป็นตัวแทนฝ่ายไทยเดินข้ามสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ไปรับตัวผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้ง 4 คนด้วยตนเอง พร้อมกับคนไทยที่หลบหนีเข้าเมืองอีก 1 คน จากเจ้าหน้าที่กัมพูชา ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนเบื้องต้นและลงบันทึกประจำวัน ที่ห้องประชุม ศปก.ตม.จว.สระแก้ว

โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พบว่ามีหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 6 ก.ย. 66 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” รวมทั้งแจ้งผลการจับกุมไปยังอัยการจังหวัดและฝ่ายปกครอง ตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย ด้วย ก่อนส่งตัวไปให้พนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.