กราบเรียนคุณหมอ ดร.โอ ที่เคารพ
ผมอายุ 53 ปี สภาพร่างกายโดยทั่วไปสมบูรณ์แข็งแรงดี ไปเข้ารับการตรวจร่างกายประจำปีทุกครั้ง ผลการตรวจดี ไม่มีโรคร้ายแอบแฝงอยู่ แต่ที่มีปัญหา อวัยวะเพศไม่ยอมแข็งตัว มีอาการเช่นนี้เกิดมาได้เกือบ 2 ปีเศษ มีแฟนอายุ 44 ปี เธอเอาใจใส่กระตุ้นเล้าโลมช่วยทุกครั้งเป็นอย่างดี แต่ตัวผมเองกลับไม่ได้เรื่อง ไม่ยอมสู้ขึ้นมาเฉย ๆ จนรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองทั้ง ๆ ที่ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง แต่ทำไมสมรรถภาพทางเพศจึงไม่เอาไหนเสียเลย จึงอยากตัดสินใจมาเข้ารับการฟื้นฟูกับคุณหมอโอ
ด้วยความเคารพ
นรศักดิ์ 53
ตอบ นรศักดิ์ 53
อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศแบ่งตามระดับความรุนแรงของอาการ จากการศึกษาในชายสูงอายุในมลรัฐแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Male Aging Study) ซึ่งศึกษาระบาดวิทยาของอาการนี้ไว้ดังนี้ หย่อนสมรรถภาพในระดับต่ำ : ผู้ป่วยสามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวพอดีสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้เกือบทุกครั้ง หย่อนสมรรถภาพระดับปานกลาง : ผู้ป่วยสามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวดีสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้เป็นบางครั้ง หย่อนสมรรถภาพระดับรุนแรง : ผู้ป่วยไม่สามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวดีพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้เลย โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเกิดจากสาเหตุทั้งทางร่างกายและจิตใจ สรุปได้ดังนี้ คือ โรคประจำตัวที่พบมากที่สุด (ประมาณ 70%) คือ โรคเบาหวานจัดเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของโรคอีดี นอกจากนี้ก็มีโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ เป็นต้น
ความเคร่งเครียดในการทำงาน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด หรือแม้แต่วัยหลังเกษียณแล้วก็ตาม ถ้าเกิดความเครียดความกังวลก็ส่งผลต่อโรคอีดีได้ พบได้ 20% ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีโอกาสเป็นโรคนี้มาก เพราะการสูบบุหรี่จัดส่งผลต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อายุที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้เป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศมากขึ้นพบได้เป็นเปอร์เซ็นต์ตามอายุ เช่น 50 ปี ก็ 50% 70 ปี ก็ 70% อย่างไรก็ตามมีอายุมากขึ้นไม่ใช่สาเหตุเดียวของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แต่เป็นเพราะโรคประจำตัวต่าง ๆ ตามอายุ เช่น เบาหวาน, โรคหัวใจ ฯลฯ การรักษาอาการอีดีนั้นมีหลายวิธีทั้งยากิน ยาฉีด ฝึกบริหารกล้ามเนื้อเพศ รวมไปถึงการใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นเลือดฝอยขึ้นมาใหม่
ตามหลักการรักษาอีดีที่ถูกต้องนั้น คนไข้จะต้องได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ดูโรคแอบแฝงต่าง ๆ ระดับฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน รวมทั้งต่อมลูกหมากร่วมด้วย สำหรับยากินที่ใช้รักษาอาการอีดีนั้น ยังเป็นกลุ่มยาพีดีอี 5ไอ แต่ยากลุ่มนี้จะใช้ได้อย่างปลอดภัยนั้นต้องไม่มีภาวะโรคหัวใจ และไม่ได้รับยาขยายหลอดเลือดกลุ่มไนเตรต เช่น Isordil, Isosorbide เป็นต้น การรักษาอีดีจึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อนเสมอ ยาไม่ใช่ขนมที่จะซื้อขายกันได้ง่าย ๆ การพบแพทย์จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป.



