ล่าสุด “บันเทิงเดลินิวส์” มีโอกาสเจอตัวหนุ่มเวนย์ในงานเปิด “สำนักหมอเทียน คำสารภาพของหมอผี The Experience” ที่ “ศูนย์การค้าซีคอน บางแค” จัดขึ้น ก็เลยไม่พลาดคว้าตัวหนุ่มเวนย์มาอัปเดตเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตกันแบบจัดเต็ม


ได้มาร่วมเปิดงานบ้านผีสิงที่ซีคอนบางแคเห็นว่าเป็นประสบการณ์น่ากลัวมาก?
มันเป็นแบบตกใจ ไม่คาดคิด แล้วก็น้อง ๆ นักแสดงข้างในเขาก็พลังเยอะมาก กระโดดด้วย เกือบจะน่ากลัวอยู่ แล้วบรรยากาศเขาก็ทำ มันน่ากลัวเลย เข้าไปมันมืดความรู้สึกพร้อมที่จะตกใจอ่ะ แล้วก็ตกใจจริง ๆ เขาก็โผล่มาจากข้างหลัง ข้าง ๆ เขาเรียกว่าวางแผนมาดี (หัวเราะ) สนุกมาก ๆ ครับ เป็นประสบการณ์ดี ๆ วันหลังต้องมาส่องบ้านผีสิงที่ซีคอนแล้วครับ”
ในหนัง “คำสารภาพของหมอผี” แสดงเป็นใคร คาแรกเตอร์ยากไหม?
ในเรื่องเป็นลุงศักดิ์ ตอนแรกเขาชวนมาเล่นหนังมั้ง หนังผีก็คงไม่มีอะไรมากมั้ง คงกลัว ๆ ตกใจนี่เบา ๆ ไม่เบาเลย หนัก หนักเหมือนกันตัวละครมันยากตรงว่าอารมณ์ตัวละครมันผิดมนุษย์มนาเป็นคนธรรมดา ชั่วเนอะ เราก็ไม่คิดว่าเคยเล่นร้าย เล่นไม่ดี มันไม่เคยคิดว่าตัวนี้มันทั้งหยาบคาบ หยาบโลน ไม่คิดว่าจะมีมนุษย์อย่างนี้จริง ๆ แบบมากกว่า ซึ่งเรามองไม่ออกเลยว่า มันมีด้วยเหรอคนอย่างนี้ จริง ๆ เราจะเลียนแบบได้ยังไง จะทำได้ยังไง ก็หนักใจอยู่เหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าบทบาทไม่หนัก พออ่านบท เล่นไปก็เฮ้อยิ่งอ่านบทไปก็ยิ่ง เฮ้ยทำไมนะ จะทำยังไงจะเล่นได้ ก็โดนพี่ต้น ชลลัมพี (ผู้กำกับ) หลอกมา ล้อเล่นครับ พี่ต้นเขาก็ชวนก็เอ้า เล่นดิ หนังผี คือเราก็ไม่ได้คิดอะไร พออ่านบท พอไป Workshop ไปอะไรมันยากว่ะ ขนาดทำงานมานานขนาดนี้ นาน ๆ ทีจะเจอบทยาก ๆ อย่างนี้สักทีแล้วมันก็ท้าทายดีนะ ในความท้าทายแต่ในความกังวลมันก็มีอ่ะว่าจะทำได้ไหมวะ จะทำได้ดีไหม อะไรอย่างนี้มากกว่า


ตั้งแต่เข้าวงการครั้งแรก งานชิ้นแรกจนถึงปัจจุบันกี่ปีแล้ว ที่อยู่ในวงการมา?
ตอนนั้นประกวดนายแบบปี 2530 ครับ ถ่ายแบบมา 2-3 ปี มาเล่นหนังเรื่องแรก จนถึงตอนนี้ก็ 37 ปีแล้วในวงการบันเทิง มันไวมากเลยเนอะ แต่เราก็กำลังสนุกสนานอยู่เลย แป๊บ ๆๆๆ เฮ้ย! เราทำงานมานานมากขนาดนี้แล้วเหรอ คือมันก็ทำงานไป เดี๋ยวแป๊บ ๆ หมดปี ทำงานไป เดี๋ยวแป๊บ ๆ หมดปี 37 ปีนี้วงการบันเทิงให้ทุกอย่างเลย ที่มีทุกวันนี้ก็เพราะวงการบันเทิง ให้อาชีพ ให้ได้เลี้ยงลูกโต (หัวเราะ) ได้ทุกอย่างที่มีวันนี้มาจากวงการบันเทิงครับ
37 ปีที่ผ่านไป ยังมีอะไรที่ยังไม่ได้ทำไหม?
พิธีกรก็มีบ้าง เป็นประปราย เป็นเวทีสดบ้างทำสมัยช่วงเป็นเล่นหนังใหม่ ๆ ก็เคยทำ รายการก็ทำ ส่วนใหญ่ก็รายการเล็ก ๆ ทำตอนนั้นช่วย มีเล่นแบบเลียนแบบ ล้อเลียนบ้าง แต่ไม่ได้ทำนานเพราะมันใช้เวลาเยอะ แล้วเราไม่ใช่ไม่อยากทำนะ แต่เราอยากเอาเวลาที่เหลือจากการแสดง ไปใช้ชีวิตบ้าง คือมันต้องเหลือไปเลี้ยงลูกบ้าง คือตอนนี้มีลูกด้วยเนาะ การทำงานเบื้องหลังมันไม่มีวันหยุดหรอก เพราะว่าเสร็จจากถ่ายก็ประชุม บางทีคิวมีถ่าย บางคิวไม่มีถ่าย เราก็ได้พัก ได้อยู่กับลูกบ้าง แต่ก็เคยลอง เคยช่วยเขาทำบ้าง อะไรบ้าง เคยไปทำเล็ก ๆ แต่ด้วยเวลาด้วยแหละ เคยลอง ๆ แล้วบางทีไม่ได้กลับบ้านเป็นเดือน คิดถึงลูก (หัวเราะ)


คนอยากรู้มาก ๆ เป็นคนนิสัยอย่างไรตัวจริง ๆ เล่าให้ฟังหน่อย?
ส่วนใหญ่คนกลัวผม (ยิ้ม) ด้วยคาแรกเตอร์ไปไหน ลูกเคยเล่าให้ฟัง เพื่อนลูก เพื่อนใครก็จะกลัว จะเกร็ง แต่ถ้าได้คุยกัน พี่ก็ไม่เหมือนอย่างในหนังในละครนะ ส่วนใหญ่เราก็จะเป็นคนสบาย ๆ อยู่บ้าน เก็บตัว ไม่ค่อยได้ออกไป ไปออกสังคมอะไรมากมาย ผมไม่เชิงเป็นอินโทรเวิร์ต เพราะเราก็จะมีกลุ่ม มีก๊วนที่อยู่กับเพื่อนสมัยเรียน เพื่อนอยู่ตามแบบต่างจังหวัดที่เงียบ ๆ อยู่กันแบบเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำกับข้าวกินกัน หาอะไรมากินกัน หาอะไรแปลก ๆ ตามฤดูกาลมาทำกินกัน ผมก็เป็นคนปกติเลย คือเราก็อยากจะกลับไปเป็นปกตินะ เพราะเรารู้เวลามาทำงาน บางทีเราก็ถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นคนไม่ปกติ เพราะบางทีอาจจะเกรงใจ บางทีคนเขาก็เข้าใจ เขาอยากจะดูแล เขาก็จะคอยมารับใช้ ทุกอย่างมันเหมือนแบบ เฮ้ย! เราทำเองได้ บางทีก็เคยนะบางกองถ่ายเราก็เดินไปเอาน้ำกินเอง ไปนู่นไปนี่ น้องสวัสดิการเขาก็โดนดุว่าทำไมไม่เอาให้พี่ เขาบอก ทำไมให้พี่เขาเดินไปเอง คือเราอยากเดินมาทำเอง ไม่ใช่นั่งสั่ง คือกว่าน้องจะเดินไป เดี๋ยวเขาก็เดินกลับมา เราเดินไปถึงเราได้แล้วประมาณนี้มากกว่า
การเป็นดารามันมีข้อดีและข้อเสีย ยังไงบ้างไหม?
จริง ๆ มันก็มีบ้างแหละ แต่เราไม่รู้สึกว่ามันไม่ดีหรอก รู้สึกดี ตรงที่ว่าอย่างน้อยคนเขาก็จำเราได้ ถามว่ามีคนกลัวผมไหม ก็ไม่นะ แต่ส่วนใหญ่จะโดนกวนมากกว่า พูดจานินทาให้ได้ยิน พูดจากวน ๆ ดีที่เราใจเย็นเลยไม่มีอะไร จุดเสียคือเรื่องนี้เลยทำให้ผมชอบอยู่เงียบ ๆ ส่วนข้อดีคือไปไหนมีคนรู้จักด้านบวกคือ บางคนให้เกียรติเรา จนผมต้องบอกว่าพอแล้ว เท่านี้พอแล้ว ไม่ต้องดูแลเยอะขนาดนั้น (หัวเราะ)

ทำงานมานานไม่มีข่าวที่ไม่ดีเลย วิธีการดำรงตัวเองอยู่อย่างไร?
มันก็อยู่ที่เราอยู่ไง ถ้าเราอยู่กับบ้าน อยู่กับลูก อยู่กับครอบครัวไม่ได้ไปไหน (หัวเราะ) คือผมไม่ค่อยได้ไปไหน คือมีไปไหนบ้าง ชอบธรรมชาติ ทำกับข้าวกินเองง่าย ๆมากกว่า แต่ตอนช่วงวัยรุ่นก็มีนะ อย่างเลิกกองก็ไปดื่มกัน แต่สมัยก่อน ยุคสมัยก่อนผับ บาร์ ก็ไปนั่งดื่ม ฟังเพลง ฟังดนตรี ก็ไปบ่อยที่ร้านไหน ดนตรีดี ๆ อย่างเคยไปแซกโซโฟน เคยไปร็อกผับ ไปอะไร ก็ส่วนใหญ่ย้อนยุคนั้นฟังเพลง มันจะไม่มีอะไรมาก หาความเพลิดเพลินดนตรี ดูหนัง ฟังเพลง เรียบง่าย ไม่ได้มีอะไรพิเศษ อะไรพิสดาร พอเดี๋ยวนี้ยุคที่มันหวือหวานี่เราก็อายุเยอะแล้ว ไม่ไปแล้ว ถ้าไปก็ฟังไม่รู้เรื่องแล้ว เพลงมันเปลี่ยนยุคไป พอไปก็เจอแบบ แบบรุ่นลูก รุ่นหลาน เขาฟังเพลงอะไรกัน เราฟังไม่รู้เรื่องเลย ก็เลยไม่ได้ไป (หัวเราะ)
อย่างหลายคนตอนนี้ทำงานยากขึ้น สำหรับพี่ยากขึ้นไหมการทำงานในวงการ?
ก็ไม่ยากขึ้นนะ แต่ถ้าจะถามว่าน้อยลงไหม มันก็ไม่น้อยนะ เพราะว่าโดยหนังเนี่ย เห็นไหม มันปี ๆ ปีนี้หนังเยอะมากเลย เราก็ไปดู หนังโรงเราก็เห็นว่าหนังไทยเขาก็ทำเยอะมาก เราก็คิดว่าเดี๋ยวก็ต้องโดนเราสักเรื่อง แล้วก็มีเรื่องคำสารภาพของหมอผีล่าสุดที่มาเล่น สนุกมากครับ

บทที่ได้รับการท้าทายมากใช่ไหม?
ใช่ครับ แถมยากด้วย ก็ดี ดีตรงที่ได้มาเล่น อย่างน้อยมันก็เป็นอีกอันนึงเหมือนโชว์ โอกาสว่าเรา เราได้มาเล่นนะ หลังจากไม่ได้เล่นมา 20-30 ปี เมื่อก่อนก็เล่นจากหนังก่อนนะ เกิดจากหนังก่อน ก่อนจะมาเล่นละคร
แต่งานแสดงและละครยังคงมีปกติ ไม่ได้ลดลงใช่ไหม?
ก็ปกตินะครับ แต่ก็มีขาดหายช่วงโควิด แล้วก็ขาดหายช่วงปีที่แล้วนิดนึง ก็เป็นช่วงรอยต่อระหว่างปิดกล้อง เปิดกล้อง แค่นั้นแหละ แต่โดยรวมก็เป็นอาชีพหลักของเราครับ
งานในวงการบันเทิงจะทำต่อไปเรื่อย ๆ จนเกษียณหรือวางแพลนอย่างไรบ้าง?
ผมไม่ได้คิดอะไรนะ ยังสนุกอยู่ ทำได้ก็ทำไป เพราะมันก็ยังต้องอยู่ไปเนาะ คนเราถ้ามันหยุด พอเราหยุดแล้วทำอะไรล่ะ ก็ไม่รู้จะทำอะไร บางทีขนาดหยุดแค่อาทิตย์สองอาทิตย์ยังคิดถึงกองถ่ายเลย เราอยากมากอง อยากไปทำงาน แต่ถ้าเราหยุดอยู่บ้าน พอลูกไปโรงเรียนแล้วก็เงียบกริบ ไม่รู้จะทำอะไร หานู่นหานี่ทำ จนกว่ามันจะหมดเวลาที่จะไปรับลูก วัน ๆ มันเบื่อเลยอยากมาทำงานมากกว่าครับ
เป้าหมายเราอยากให้ลูกเข้าวงการด้วยไหม?
ผมแล้วแต่เขา คนโตก็เคยมาลอง แต่กองถ่ายมันไม่สบายนะ ทำไมรู้ มันร้อน มันอะไร โอย อยู่บ้านสบายกว่า (หัวเราะ) ก็คืออาจจะยังไม่ใช่ทางของเขาครับ คือผมยังไงก็ได้แล้วแต่ลูกมากกว่า


สุดท้ายในฐานะนักแสดงอยากพูดอะไรกับแฟน ๆ ของตัวเองไหม?
ก็ขอบคุณแฟน ๆ ทุกคน ที่ติดตาม ที่ให้กำลังใจ แล้วก็ขอบคุณทุกคน ผู้จัดผู้สร้างทุกท่านที่ให้โอกาส ให้งานทำมา อย่างที่บอก ทุกอย่างที่มีในชีวิตนี้มาจากวงการบันเทิงจริง ๆ ผมขอบคุณทุก ๆ คนจริง ๆ ครับ
ยิ่งได้พูดคุยกับหนุ่ม “เวนย์ ฟอลโคเนอร์” แล้วก็ยิ่งทำให้เข้าใจว่า ยิ่งเราเก่ง เรายิ่งถ่อมตัวและยิ่งเป็นที่รักของแฟน ๆ คืออะไร ฝากติดตามและให้กำลังใจนักแสดงมากฝีมือคนนี้ด้วยนะจ๊ะ.
เรื่อง-ภาพ : สมคิด แซ่คู



