ในช่วงฤดูฝนที่มักเกิดปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบาย การขับรถลุยน้ำโดยไม่ประเมินระดับความลึกและขีดจำกัดของยานพาหนะอาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรง ทั้งระบบเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า ซึ่งอาจสร้างภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมจำนวนมหาศาล
รวมเกณฑ์ระดับน้ำท่วมที่ปลอดภัยสำหรับทั้ง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ รถยนต์น้ำมันประเภทต่าง ๆ พร้อมเทคนิคการขับขี่ที่ถูกต้องตามหลักความปลอดภัยมาให้ผู้ใช้รถได้ศึกษาก่อนออกเดินทาง
รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
แม้ยานพาหนะไฟฟ้าจะไม่มีท่อไอเสียเหมือนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป แต่ระบบแบตเตอรี่และห้องโดยสารยังมีข้อจำกัดเมื่อต้องเผชิญน้ำท่วม
- ระดับน้ำ 10-20 ซม. (ประมาณครึ่งล้อรถเก๋ง) : สามารถลุยน้ำได้ โดยควรขับผ่านด้วยความเร็วต่ำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคลื่นน้ำกระแทก
- ระดับน้ำ 30-40 ซม. (ประมาณมิดล้อ ถึงชายล่างประตู) : ต้องระมัดระวังสูงสุด แม้แบตเตอรี่จะถูกออกแบบมาให้กันน้ำได้ แต่ขอบยางประตูไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงดันน้ำ หากจอดแช่น้ำเป็นเวลานาน น้ำอาจซึมเข้าสู่ห้องโดยสารได้
- ระดับน้ำ 50 ซม. ขึ้นไป : ห้ามลุยเด็ดขาด เนื่องจากรถยนต์ EV มีแรงลอยตัวสูง หากกระแสน้ำไหลเชี่ยว รถอาจสูญเสียการควบคุมและลอยไปตามน้ำได้ง่าย
รถยนต์น้ำมัน
รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปมีจุดอ่อนสำคัญที่ท่อไอเสียและท่อกรองอากาศ ซึ่งหากน้ำทะลักเข้าสู่ระบบจะส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์โดยตรง
รถยนต์ประเภทเก๋ง / อีโคคาร์
- ระดับน้ำ 10-20 ซม. (ไม่เกินครึ่งล้อ) : สามารถขับลุยน้ำได้ โดยให้ใช้ความเร็วต่ำเพื่อป้องกันคลื่นกระแทก
- ระดับน้ำ 30-40 ซม.: จัดเป็นระดับอันตราย น้ำอาจทะลักเข้าสู่ท่อไอเสียหรือท่อกรองอากาศ ส่งผลให้เครื่องยนต์ดับกลางทางและพังเสียหายได้
รถยนต์ประเภท SUV / กระบะยกสูง
- ระดับน้ำ 40-50 ซม. (สำหรับรถรุ่นที่ไม่ยกสูง) : สามารถขับผ่านได้ด้วยความเร็วต่ำเพื่อไม่ให้เกิดคลื่นกระแทก
- ระดับน้ำ 70-80 ซม. (สำหรับรถที่ยกสูง ขับเคลื่อน 4 ล้อ) : สามารถลุยน้ำได้ แต่ควรใช้ความเร็วต่ำและระมัดระวังคลื่นน้ำไปกระทบรถคันอื่นหรือบ้านเรือนข้างทาง รวมทั้งระวังคลื่นน้ำซัดจากรถคันอื่นด้วย
ข้อควรปฏิบัติที่สำคัญเมื่อต้องขับรถลุยน้ำท่วม
1.ใช้ความเร็วต่ำและสม่ำเสมอ : ห้ามหยุดรถกลางน้ำท่วมขัง และห้ามเร่งเครื่องยนต์แรง ๆ โดยเด็ดขาด
2.ปิดแอร์ขณะลุยน้ำ : ปิดระบบเครื่องปรับอากาศทันที เพื่อป้องกันไม่ให้พัดลมแอร์หมุนพัดพาเศษน้ำกระจายเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์
3.ย้ำเบรกหลังพ้นน้ำ : เมื่อขับผ่านบริเวณน้ำท่วมขังออกมาแล้ว ให้เหยียบเบรกย้ำ ๆ เพื่อไล่น้ำออกจากผ้าเบรก เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกให้กลับมาสมบูรณ์
4.หลีกเลี่ยงและเช็กเส้นทางล่วงหน้า : ทางที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง โดยตรวจสอบพื้นที่ก่อนออกเดินทาง
ควรประเมินระดับน้ำท่วมขังก่อนตัดสินใจขับผ่าน ป้องกันความเสียหายของทรัพย์สิน หากประเมินแล้วพบว่าระดับน้ำสูงเกินขีดความสามารถของประเภทรถ เช่น สูงเกิน 30-40 ซม. สำหรับรถเก๋งและรถ EV หรือเกิน 50 ซม. ขึ้นไป ควรเปลี่ยนเส้นทางหรือหยุดรอในจุดที่ปลอดภัยทันที



