เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ  Sunisa Sokhamkaew ได้เขียนข้อความพร้อมภาพถ่ายชื่อนิติบุคคลลงเฟซบุ๊กส่วนตัวใจความว่า แชร์เพื่อเป็นอุทาหรณ์! ใครมีวิธีอะไรช่วยแนะนำทีทุกอย่างบังเอิญหรือถูกกำหนดแล้ว? แก๊งคอลเซนเตอร์ หลอกเงิน 1,235,200 บาท ไม่คิดว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวตัวเอง และที่สำคัญคือบัญชีที่ถูกโอนไปนั้นเป็นชื่อบริษัทและถือเป็นครั้งแรกที่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ จึงเดินทางไปสอบถามเพื่อความกระจ่ายโดยผู้เสียหายมีบ้านพักอยู่ย่าน ต.บางคูวัด อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี

น.ส.สุณิสา  อายุ 35 ปี เปิดเผยว่า ที่ได้รับความเสียหายนั้นคือแม่ของตนเองชื่อนางนงคราญ อายุ 62 ปี อาชีพแม่บ้าน โดยเรื่องราวที่เกิดขึ้นคือ อาทิตย์วันที่ 20-24 ม.ค.ที่ผ่านมา  ปกติแม่จะอยู่บ้านหลาน แต่เขาไปเที่ยวกัน อาทิตย์นั้นจึงมีการไปออฟฟิศกับเราในวันจันทร์-อังคาร  วันพุธเรามีไปกินเลี้ยงแม่เลยได้อยู่บ้านคนเดียว วันพฤหัสและศุกร์มันน่าจะขู่แม่ให้อยู่บ้าน (แม่น่าจะกลัวมาก) เลยไม่ได้ไปออฟฟิศด้วยในวันอังคารที่ 21 ม.ค. เหมือนว่าขบวนการนี้จะมีการโทรมาพูดคุยเพื่อโน้มน้าวให้ซื้อสินค้า โดยใช้วิธีสังเกตการพูดคุยและพฤติกรรมของแม่ก่อนประมาณ 30 นาที จนน้องที่ออฟฟิศต้องบอกให้ไปช่วยแม่คุย ทางนั้นจึงวางไป (อันนี้เป็นสิ่งที่เดาอาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว)วันพุธที่ 22 ม.ค. โทรมาอีกครั้ง โดยใช้เบอร์ 0824362357 เวลา 9.44 น เป็นเวลา 30 นาที และเบอร์ 0943176864 เวลา 10.15 เป็นเวลา 15 นาที 29 วินาที อ้างเป็น AIS  พอรู้ว่าแม่อยู่คนเดียว จึงคุยข่มขู่และโอนสายให้คนที่อ้างเป็นตำรวจ พร้อมบอกข้อมูลส่วนตัวที่ถูกต้องครบถ้วน บอกแม่ว่าชื่อถูกใช้เป็นบัญชีม้า ทำให้แม่ซึ่งเป็นแพนิคอยู่แล้ว หลงเชื่อและทำตามคำสั่งของคนร้าย เบอร์ลงท้าย 6864 แอดไปขึ้น ศปก.สภอ.เมืองตาก แม่ถ่ายรูปทรัพย์สินและบัญชีธนาคารทั้งหมดส่งให้มัน  ไม่บอกเรื่องนี้กับใคร เพราะมันขู่ว่าครอบครัวจะซวยไปด้วยถูกจับทั้งหมด เย็นวันนั้นแม่คะยั้นคะยอให้พ่อพาไปธนาคารเพื่ออัพเดทบัญชี เพราะทางปลายสายแจ้งว่าเงินจะถูกดึงออกจากบัญชี เมื่อเงินอยู่ครบแม่จึงวางใจ

พ่อถามแม่บอกไม่มีอะไรสังหรณ์ใจเงินจะหาย ต่อมาในวันพฤหัสบดี ที่ 23 ม.ค. 68 คนร้ายโทรมาอีกครั้งและข่มขู่หลอกให้แม่โอนเงินสดจำนวน 700,000 บาท โดยบอกว่าจะตรวจสอบและดูแลเงินให้ ไม่งั้นเงินจะถูกอายัดหมด นอกจากนี้ ยังมีคนปลอมตัวเป็นแม่ใช้เบอร์ 0943176864 โทรไปแจ้ง ธนาคารว่าโทรศัพท์หาย ขอให้บล็อคแอป (เพื่อให้เชื่อว่าสามารถอายัดเงินในบัญชีได้)  วันต่อมา ศุกร์ที่ 24 ม.ค. คนร้ายโทรมาอีกครั้ง พร้อมหลอกให้แม่นำทองไปจำนำไม่งั้นจะถูกยึด

แม่โอนเงินสดเพิ่มเติมไปยังบัญชีปลายทาง ซึ่งเป็นของ บริษัท อมุนดิ สมาร์ท จำกัด โดยมีการโอนเงินไปยังบัญชีของบริษัทดังกล่าวถึงสองครั้ง ความเสียหายอยู่ที่ 1,253,200 บาท และยังมีสายแจ้งว่ามาจากกองปราบใช้เบอร์ 0806055689 อีก ในวันเสาร์มาแจ้งว่าเบอร์ที่แจ้งตำรวจไปเป็นพนักงานแฟลช เบอร์ถูกระงับจึงโทรมาหาแม่ จากนั้นคนที่อ้างเป็นกองปราบขอเบอร์ที่ติดต่อในคดี และเบอร์ผู้กองไป ลองแอดเบอร์ที่บอกว่าเป็นกองปราบ ไม่ขึ้นรูปชื่อโปร์ไฟล์คือ 1234567890

วันศุกร์ได้โทรแจ้งตำรวจไซเบอร์ 1441 และไปแจ้งความที่สภ. ปทุมธานี ตำรวจบอกว่าอายัดบัญชีปลายทางแล้ว นี่พยายามหาข้อมูล โทรแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม รับฟังแล้วบอกให้รอ ให้ส่งไว้ทางไลน์ วันจันทร์เจ้าหน้าที่จะมาไล่อ่านเพราะคดีเยอะ ต้องสืบเส้นทางการเงิน ธนาคาร  แนะนำว่าให้นำใบแจ้งความมา ธนาคารบอกว่าให้ทำตามคำแนะนำของตำรวจซึ่งตำรวจบอกว่าอายัดตั้งแต่เราร้องไปที่ไซเบอร์แล้ว ตำรวจแจ้งว่าอันนี้เป็นเคสแรกที่ปลายทางเป็นบริษัท บจก. ปกติเป็นชื่อบุคคล

น.ส.สุณิสา  กล่าวว่า  ตนเองเข้าใจเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าปัจจุบันเคสเช่นนี้เกิดขึ้นเยอะ หากเป็นไปได้คงจะแก้กันตั้งแต่ต้นเลยทุกภาคส่วนต้องช่วยกันทั้งทางธนาคารเครือข่ายโทรศัพท์เพื่อให้เรื่องเช่นนี้หมดไป ตำรวจจะได้ไม่ต้องมารับปัญหาเช่นนี้จะได้มีเวลาไปทำคดีอื่นที่มีประโยชน์กว่านี้ ตอนนี้ก็ประทับใจกับตำรวจที่ตามเรื่องให้จนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่วนคนร้ายอยากให้นึกถึงใจคนอื่นบ้างว่าคนอื่นทำงานลำบากที่จะเก็บเงินมากว่าจะได้ หากเป็นคนปกติมีมือมีเท้าก็ควรทำงานที่สุจริตไม่มาหลอกคนไทยด้วยกันทำให้สังคมมันแย่ลง อยากให้กลับตัวกลับใจเป็นคนดีเถอะ